ผู้ว่าการแบงก์ชาติออสเตรเลียส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก หากเงินเฟ้อยังสูง

มิเชล บูลล็อก ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) แถลงต่อคณะกรรรมาธิการวุฒิสภาในวันนี้ (12 ก.พ.) ว่า RBA พร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง พร้อมกับย้ำว่า RBA ยังคงใช้ความระมัดระวัง และยังไม่ได้ตัดสินใจว่าการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมนั้นมีความจำเป็นหรือไม่

บูลล็อกกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าระดับ 3% เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ แอนดรูว์ ฮาวเซอร์ รองผู้ว่าการ RBA ที่เตือนเมื่อไม่นานมานี้ว่า เงินเฟ้อของออสเตรเลียอยู่ในระดับสูงเกินไป และยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับ RBA

เมื่อคณะกรรมาธิการถามเกี่ยวกับสมมติฐานในการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม บูลล็อกกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่ โดยเธอมองว่าการคาดการณ์มีโอกาสผิดพลาดได้

“ไม่ควรมีการตีความว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เราเคยระบุไว้นั้นเป็นทิศทางที่เราจะต้องดำเนินการตามนั้น มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้” บูลล็อกกล่าว และเสริมว่า ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคตนั้น RBA จะตัดสินใจตามข้อมูลที่ได้รับ และจะประเมินซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยหากพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อสูง RBA ก็จะทำเช่นนั้น

สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.6% ในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส และเพิ่มขึ้นจาก 3.2% ในไตรมาส 3/2568

ส่วนในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ RBA มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.85% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 เนื่องจากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ RBA กลายเป็นธนาคารกลางแห่งแรกของโลกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ด้านนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเดือนพ.ค. ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ RBA ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.1% จากระดับ 3.85%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.พ. 69)