
ฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกี ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (12 ก.พ.) ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มแสดงความยืดหยุ่นในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยระบุว่าสหรัฐฯ มีท่าทียินยอมให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้บ้าง
ฟิดาน ซึ่งเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสองชาติ กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องดีที่ฝ่ายสหรัฐฯ ดูเหมือนจะยอมรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านภายใต้ขอบเขตที่กำหนดไว้ชัดเจน … ขณะนี้อิหร่านตระหนักแล้วว่าจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ เองก็เข้าใจว่าอิหร่านมีขีดจำกัดบางประการ และการพยายามบีบคั้นกันไปก็ไม่มีประโยชน์”
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านกำจัดสต๊อกยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะสูงถึง 60% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับความบริสุทธิ์ 90% สำหรับผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่มัสอูด เปเซชกียาน ประธานาธิบดีอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน และยังคงยืนกรานในสิทธิด้านนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
อย่างไรก็ตาม ฟิดานเชื่อว่ารัฐบาลอิหร่าน “ต้องการบรรลุข้อตกลงอย่างแท้จริง” และพร้อมยอมรับข้อจำกัดเรื่องระดับการเสริมสมรรถนะ รวมถึงมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด เช่นเดียวกับที่เคยปฏิบัติในข้อตกลงปี 2558
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนักการทูตสหรัฐฯ และอิหร่านหารือกันที่ประเทศโอมานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูการเจรจา ท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดปฏิบัติการทางทหารระลอกใหม่ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเคลื่อนกองเรือรบเข้าสู่ภูมิภาค โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 ก.พ.) ปธน.ทรัมป์ระบุว่ากำลังพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ไปยังตะวันออกกลาง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมกลับมาเจรจากันก็ตาม
ทั้งนี้ รมว.ต่างประเทศตุรกีกล่าวเตือนว่า การขยายขอบเขตการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านให้ครอบคลุมไปถึงประเด็นขีปนาวุธจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด นอกจากนำไปสู่สงครามอีกครั้ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.พ. 69)





