เลขาฯ ครม.อังกฤษลาออกรายที่ 3 เซ่นพิษตั้ง “แมนเดลสัน” นั่งทูตสหรัฐฯ

สำนักงานคณะรัฐมนตรีแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) ว่า คริส วอร์มัลด์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและหัวหน้าข้าราชการพลเรือนของสหราชอาณาจักร (UK) ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว นับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายที่ 3 ที่ก้าวลงจากตำแหน่งในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ท่ามกลางวิกฤตทางการเมืองที่สืบเนื่องจากการแต่งตั้ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตเอกอัครราชทูต UK ประจำสหรัฐฯ

วอร์มัลด์ระบุในแถลงการณ์ว่า “ถือเป็นเกียรติและโอกาสอันสูงส่งที่ได้รับใช้ในฐานะข้าราชการพลเรือนตลอด 35 ปีที่ผ่านมา และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำข้าราชการพลเรือนในฐานะเลขาธิการคณะรัฐมนตรี”

สำนักงานคณะรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ จะดำเนินการแต่งตั้งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีคนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ โดยตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายอาวุโสสูงสุดของนายกรัฐมนตรี และรับผิดชอบต่อรัฐมนตรีทุกคนในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งวอร์มัลด์เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนี้เมื่อเดือนธ.ค. 2567 หลังจากเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คลื่นการลาออกครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ มอร์แกน แม็กสวีนีย์ หัวหน้าคณะทำงานของสตาร์เมอร์ ประกาศลาออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ก.พ.) เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีอื้อฉาวในการแต่งตั้งแมนเดลสัน

แมนเดลสันได้รับการแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงวอชิงตันเมื่อต้นปี 2568 แต่ถูกนายกฯ สตาร์เมอร์สั่งปลดในอีก 7 เดือนต่อมา หลังมีกระแสคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับ ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

แม็กสวีนีย์ระบุในจดหมายลาออกที่เผยแพร่ผ่านสื่อท้องถิ่นว่า “การตัดสินใจแต่งตั้ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นสิ่งที่ผิดพลาด เขาได้สร้างความเสียหายให้แก่พรรค ประเทศชาติ และความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง ซึ่งผมเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่นายกรัฐมนตรีให้แต่งตั้งดังกล่าว และผมขอรับผิดชอบต่อคำแนะนำนั้นอย่างเต็มที่”

“ในการทำงานสาธารณะ เราต้องแสดงความรับผิดชอบในเวลาที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่ในเวลาที่สะดวกที่สุด ในสถานการณ์นี้ ทางเลือกที่สมเกียรติเพียงทางเดียวคือก้าวลงจากตำแหน่ง” แม็กสวีนีย์กล่าวเสริม

หลังจากแม็กสวีนีย์ลาออก สตาร์เมอร์ได้มอบหมายให้ จิล คัทเบิร์ตสัน และวิทยา อลาเคสัน รองหัวหน้าคณะทำงาน ขึ้นรักษาการแทน อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ต่อมา (9 ก.พ.) ทิม อัลลัน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของสตาร์เมอร์ ก็ได้ประกาศลาออกเป็นรายถัดมา โดยระบุสั้น ๆ ว่าต้องการเปิดทางให้มีการจัดตั้งทีมงานทำเนียบรัฐบาลชุดใหม่ หลังจากที่เขาเพิ่งรับตำแหน่งได้เพียง 5 เดือน

เหตุการณ์อื้อฉาวดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันต่อทั้งรัฐบาลและราชวงศ์ UK โดยโฆษกพระราชวังเคนซิงตันเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอริน ทรง “กังวลพระทัยอย่างยิ่ง” ต่อข้อมูลล่าสุดที่ถูกเปิดเผยในคดีเอปสตีน และทรงห่วงใยผู้ตกเป็นเหยื่อในคดีนี้

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายกฯ สตาร์เมอร์ได้กล่าวขอโทษต่อสาธารณชนระหว่างลงพื้นที่เมืองเฮสติงส์ โดยยอมรับว่าประเมินความร้ายแรงของความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างแมนเดลสันกับเอปสตีนต่ำเกินไป พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหายที่ต้องมารับรู้เรื่องราวเหล่านี้อีกครั้งจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด ขอโทษที่ผู้มีอำนาจจำนวนมากบกพร่องต่อหน้าที่ และขอโทษที่หลงเชื่อคำโกหกของแมนเดลสัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)