
ซีอีโอ บมจ.เมดีซ กรุ๊ป [MEDEZE] เผยกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 69-70 เป็นช่วงเวลาแห่งการเติบโตก้าวกระโดดหลังสะสมความพร้อมในด้านงานวิจัยแน่นปึ้ก มั่นใจปีนี้ผลวิจัยการใช้สเต็มเซลล์เป็นยาที่ร่วมมือกับภาครัฐจะทยอยได้การรับรองมาตรฐาน ช่วยหนุนขึ้นแท่นเจ้าตลาดสเต็มเซลล์ในประเทศ พร้อมเดินหน้าแผนรุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ปีนี้มุ่งหน้าเปิดธนาคารเซลล์ในมองโกเลียตามแผน พร้อมส่องช่องทางในประเทศอื่น ๆ ต่อเนื่อง เช่น ไนจีเรีย และตะวันออกกลาง ขณะที่โรงงานร่วมทุนผลิตน้ำยาเลี้ยงเซล์คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนหน้า แย้มเส้นทางธุรกิจระยะยาวขึ้นชั้นศูนย์บริการสเต็มเซลล์ครบวงจรตั้งแต่จัดเก็บไปถึงรักษาโรค
นพ.วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MEDEZE เปิดเผยว่าทิศทางการดำเนินงานในปี 69 บริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำ พร้อมตั้งเป้าหมายท้าทายที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดสเต็มเซลล์ในประเทศเพิ่มเป็น 80% จากปีก่อนอยู่ที่ 50-60% เนื่องจากโครงการวิจัยการใช้สเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรคที่ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์คาดว่าจะทยอยได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
นพ.วีรพล กล่าวว่า แม้ในปีนี้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน บริษัทยังเดินหน้าตามกระบวนการการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยล่าสุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เข้ามาตรวจแล้วคาดว่าจะเห็นความชัดเจนเร็ว ๆ นี้ และเมื่อได้รับการรับรองแล้วจะเชื่อมโยงไปสู่โครงการวิจัยพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง (ATMPs) ที่คาดว่าจะได้รับอนุมัติในสิ้นเดือนนี้
โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิริราช เพื่อทำ Clinical Trial ในกลุ่มโรคต่างๆ ในพัฒนางานวิจัยเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง โดยศิริราชจะให้ความช่วยเหลือในการออกแบบ Sandbox ที่ศูนย์การแพทย์บางรักและภูเก็ต
พร้อมกันนั้น บริษัทก็จะเดินเกมรุกในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง (Global Expansion) โดย MEDEZE วางแผนเป็นเจ้าตลาดไบโอแบงก์ในกลุ่มประเทศที่ยังไม่มีบริการนี้ โดยใช้โมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในไทยไปปรับใช้ (Copy Case) หลังจากร่วมมือกับพันธมิตรสร้างธนาคารเซลล์ในฟิลิปปินส์แล้ว ในปีนี้ก็จะเริ่มรับรู้รายได้จากค่าแนะนำ (Referral Fee) ผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาลกระดูกในมองโกเลีย ขณะที่บินไปเจรจาและหาช่องทางทางธุรกิจเพิ่มเติมในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรต และซาอุดิอาระเบีย รวมถึงไนจีเรีย คาดการณ์ว่าจะเห็นความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเปิดเพิ่มปีละ 1 ประเทศ
“คาดว่าผลการดำเนินงานจากการลงทุนที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 67 หลังจาก Biobank ได้รับการรับรอง โครงการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trial) เริ่มเห็นผลชัดเจนและสามารถพัฒนาสเต็มเซลล์ขึ้นเป็นยาได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความมั่นใจให้กับนักลงทุนในระยะยาว และในปี 70 ผลการดำเนินงานจะกลับมาสดใสและจะดึงดูดสถาบันและกองทุนต่างชาติเข้าถือหุ้น”นายแพทย์วีรพล กล่าว
ส่วนแผนงานร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์กับองค์การเภสัชกรรม (GPO) อยู่ระหว่างการตรวจสัญญา รวมทั้งเตรียมซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานตามมาตรฐานสากล คาดว่าจะมีความคืบหน้าในเดือน มี.ค.นี้ โดยในด้านเงินทุนคาดว่าจะใช้กระแสเงินสด (Cash Flow) ของบริษัทเป็นหลัก และบางส่วนใช้เงินกู้ราว 30-40% เพื่อเปิดเครดิตกับธนาคาร
นายแพทย์วีรพล กล่าวว่า แม้ในปีนี้ในแง่ของรายได้มีโอกาสได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่ในแง่ของกำไรจะได้รับผลดีจากสิทธิประโยชน์ที่บริษัทยื่นขอจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีจากระดับ 10-12% ลงเหลือเพียงประมาณ 2% ส่งผลบวกต่อตัวเลขกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ทิศทางของ MEDEZE คือธุรกิจ Megatrend ของโลก โดยบริษัทมีเป้าหมายใหญ่ที่จะยกระดับเป็นศูนย์บริการด้านสเต็มเซลล์ครบวงจรตั้งแต่การจัดเก็บเซลล์ไปปจนถึงขั้นตอนการนำไปรักษาโรค โดยมุ่งเน้นความสะดวกแบบครบวงจร (One-stop Service) ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะในต่างประเทศ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)





