
หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ก.พ.) ว่า แม้ประวัติศาสตร์จะดำเนินไปอย่างพลิกผัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังคงมีอนาคตที่สดใส
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวัง อี้ กรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “จีนในระดับโลก” (China in the World) ณ การประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference)
หวังกล่าวว่า ในฐานะสองมหาอำนาจของโลก การที่จีนและสหรัฐฯ ปฏิบัติต่อกันอย่างไรนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อทิศทางความเป็นไปของสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยจีนมองและจัดการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จากมุมมองทางประวัติศาสตร์ และด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบสูงต่อประชาชนและโลกเสมอมา
หวังระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้สรุปบทเรียนจากประสบการณ์หลายทศวรรษในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ และเสนอด้วยความมุ่งมั่นว่า ทั้งสองประเทศควรเคารพซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และมุ่งเน้นความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพื่อร่วมกันค้นหาหนทางที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือ
จีนจะยังคงยึดมั่นในทิศทางนี้ต่อไป เนื่องจากเป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศและประชาคมโลก อย่างไรก็ตาม หวังย้ำว่าเป้าหมายดังกล่าวจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับท่าทีของสหรัฐอเมริกาด้วย
หวังระบุว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้ความเคารพและให้เกียรติต่อปธน.สีและชาวจีน โดยทรัมป์ได้ระบุชัดเจนว่าจีนและสหรัฐฯ สามารถทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก และผู้นำทั้งสองจะสามารถขับเคลื่อนความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้าต่อไปได้
อย่างไรก็ดี หวังกล่าวว่า ยังมีบางกลุ่มในสหรัฐฯ ที่ไม่เห็นด้วยกับมุมมองนี้ และยังคงพยายามทุกวิถีทางที่จะปิดล้อมและกดดันจีน รวมถึงโจมตีและใส่ร้ายป้ายสีจีนในทุกรูปแบบ
หวังชี้ว่า ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ 2 ประการ
ฉากทัศน์แรก สหรัฐฯ ปรับเปลี่ยนความเข้าใจต่อจีนให้เป็นกลางและมีเหตุผล ดำเนินนโยบายเชิงรุกและตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ทำงานร่วมกับจีนในทิศทางเดียวกัน และขยายผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายและทั่วโลก
ส่วนฉากทัศน์ที่สอง คือการตัดขาดทางเศรษฐกิจและตัดห่วงโซ่อุปทานจากจีน การต่อต้านและปิดล้อมจีน การรวมกลุ่มเป็น “วงเล็ก ๆ” หรือ “กลุ่มปิดที่กีดกันผู้อื่น” เพื่อมุ่งเป้าโจมตีจีน หรือแม้กระทั่งความพยายามวางแผนเรื่อง “เอกราชไต้หวัน” เพื่อแบ่งแยกดินแดนและล้ำเส้นแดงของจีน ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะนำพาทั้งสองประเทศไปสู่การเผชิญหน้า
จีนหวังว่าจะเกิดฉากทัศน์แรก แต่ขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ หวังกล่าวว่า วิสัยทัศน์และหลักการแห่งความเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย จะได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด เพราะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.พ. 69)





