ทองปิดร่วง $140.40 นลท.เทขายหลังเจรจาสหรัฐ-อิหร่านคืบหน้า

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันอังคาร (17 ก.พ.) เนื่องจากสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้มีแรงเทขายในตลาดทองคำ

  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 140.40 ดอลลาร์ หรือ 2.78% ปิดที่ 4,905.90 ดอลลาร์/ออนซ์

 

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาทางอ้อมรอบที่ 2 ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นที่นครเจนีวาในวันอังคาร เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มากขึ้นเมื่อเทียบกับการเจรจารอบก่อนหน้านี้ที่ประเทศโอมาน โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในหลักการทั่วไป ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาและจัดทำเป็นข้อความในข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ อารักชีกล่าวว่า แม้ความเคลื่อนไหวล่าสุดไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างน้อยเส้นทางก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ส่วนการเจรจาไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครนที่นครเจนีวา ได้เสร็จสิ้นลงแล้วในวันอังคาร ก่อนที่ทั้ง 3 ฝ่ายจะเริ่มการเจรจาเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ (18 ก.พ.) โดยการเจรจาดังกล่าวถูกมองว่าเป็นบททดสอบว่า แนวทางการทูตของสหรัฐฯ จะสามารถนำพากระบวนการเจรจาไปไกลกว่าการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยธรรม และนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิงในวงกว้างได้หรือไม่ หลังจากการเจรจารอบก่อนหน้านี้ทำให้มีการแลกเปลี่ยนนักโทษ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าทางการเมือง

นักวิเคราะห์ Kitco Metals กล่าวว่า การเจรจาเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ โดยหากสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีอิหร่านได้ หรือการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนมีความคืบหน้า ความวิตกกังวลในตลาดก็จะผ่อนคลายลง และทำให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลดน้อยลงด้วย

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.3% และสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนม.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)