หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าไซด์เวย์อัพ ลุ้น 1,500 จุด เก็งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ-งบบจ.หนุน

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวไซด์เวย์อัพ รับปัจจัยหนุนความมั่นใจเสถียรภาพของรัฐบาล โอกาสที่จะเห็นการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย และการทยอยประกาศงบฯบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดี รวมถึงการประกาศจ่ายเงินปันผล หนุน Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง พร้อมให้แนวต้าน 1,500-1,505 จุด แนวรับ 1,465-1,470 จุด

นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์อัพ แม้ว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว แต่ยังคงมีปัจจัยในประเทศที่ยังหนุน จากปัจจัยทางการเมืองที่มีความมั่นใจเสถียรภาพของรัฐบาล ประกอบกับการที่จะมีโอกาสเห็นการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ออกมา ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นกลับมาได้

ขณะเดียวกันยังมีแรงหนุนจากการทยอยประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดี และการทยอยประกาศจ่ายเงินปันผล ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่หนุนต่อเม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย และหนุนดัชนีให้ไปต่อได้

โดยให้แนวต้าน 1,500-1,505 จุด แนวรับ 1,465-1,470 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (19 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,395.16 จุด ลดลง 267.50 จุด หรือ -0.54%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,861.89 จุด ลดลง 19.42 จุด หรือ -0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,682.73 จุด ลดลง 70.91 จุด หรือ -0.31%

– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 56,979.74 จุด ลดลง 488.09 จุด หรือ -0.85% แต่หลังจากนั้นเพียง 15 นาที ดัชนีร่วงลง 693.87 จุด หรือ -1.21% มาอยู่ระดับ 56,773.96 จุด ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ

26,657.84 จุด ลดลง 48.10 จุด หรือ -0.18% ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดทำการตลอดสัปดาห์นี้และปิดต่อเนื่องไปจนถึงวันจันทร์ที่

23 ก.พ. เนื่องในเทศกาลตรุษจีน

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (19 ก.พ.) 1,493.91 จุด เพิ่มขึ้น 27.24 จุด (+1.86%) มูลค่าซื้อขาย 94,763.72 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (19 ก.พ.) 4,866.85 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (19 ก.พ.) เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 1.24 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 66.43 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (19 ก.พ.) อยู่ที่ 4.94 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 31.17 ทรงตัวจากวานนี้ รอปัจจัยใหม่หนุนทิศทาง คาดกรอบวันนี้ 31.05-31.30

– นายกฯ เรียก “เอกนิติ-ไชยชนก” กำชับจีดีพีต้องโตขึ้นกว่า 2.5% หลังกราฟโงหัวขึ้น พร้อมสั่ง “บิ๊กรุท” ฟาดไม่เลี้ยง

ทลายเหมืองบิตคอยน์เถื่อนหลังทำสูญเสียค่าไฟมหาศาล “นักเศรษฐศาสตร์ มธ.” ชี้ตัวเลขจีดีพีปี 68 โต 2.4% ไม่น่าตกใจ เหตุศักยภาพไทยยังทำได้มากกว่านี้แนะรัฐบาลใหม่เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอื้อต่างชาติตั้งฐานการผลิตแสนล้านบาท เร่งปิดดีล FTA กับคู่ค้าสำคัญอย่าง EU ควบคู่รักษาวินัยการเงินการคลัง เชื่อปี 69 โตเกิน 3%

– “ศุภจี” รอรัฐบาลใหม่ ยันไทยเจรจาต่อเนื่อง หวังไทยตั้งรัฐบาลใหม่ทันกำหนด เล็งปิดดีล ก.ค.นี้ เร่งสรุปสินค้าที่จะ

ยกเว้นภาษี “กรมเจรจาฯ” แจงอยู่ระดับเทคนิค รอรัฐบาลใหม่เคาะนโยบาย

– “สารัชถ์” เผยเอกชนมั่นใจรัฐบาลใหม่มีความต่อเนื่องในนโยบาย นักลงทุนมั่นใจ สะท้อนจากดัชนีหุ้น หวังว่าจะเป็นจุด

เริ่มต้นที่ดี เพราะมีปัญหารอแก้ไขเพียบ ทั้งหนี้ครัวเรือน ปัญหาปากท้องประชาชนบาท ขอใช้ถ้อยคำเดิมเฉพาะก่อสร้างไม่เสร็จ เตรียมชง ครม.มิ.ย.นี้ กางแผนออก NTP เริ่มก่อสร้าง ส.ค. 69

– บีโอไอได้ผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ล่าสุดบีโอไอร่วมกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากเกาหลีใต้ จัดงานจับคู่เจรจาธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในตลาดโลก โดยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับกลุ่มซัมซุงกว่า 200 คน จาก 71 บริษัท

– นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตปี 69 คาดการณ์ว่าเบี้ยประกันรับรวมจะเติบโตได้ 2.5-

3.5% จากปี 68 ที่มีเบี้ยรับ 676,505 ล้านบาท เพิ่มเป็น 700,000 ล้านบาท หากรวมกับสมาคมประกันวินาศภัย ที่ตั้งเป้าเบี้ยประกันรับปีนี้ไว้ที่ 300,000 ล้านบาท จะทำให้เป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ ที่เบี้ยประกันของธุรกิจประกันไทยจะเติบโตทะลุ 1 ล้านล้านบาท

*หุ้นเด่นวันนี้

– TRUE (ฟินันเซีย) “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 15.33 บาท กำไรปกติ 4Q25 ที่ 6.1 พันลบ. +32% q-q, +71% y-y สูงกว่าคาด 23% จาก network modernization ต้นทุนคลื่นและดอกเบี้ยลดลง ปี 2025 โตแรง +95% y-y Consensus คาด

กำไรปี 2026 ที่ 2.26 หมื่นลบ. มี Upside ราว 6-10% เทรด 2026PER ราว 20-21 เท่า

– GPSC (เมย์แบงก์) ราคาเป้าหมาย 50 บาท มีอัพไซด์จาก 2 โครงการเพิ่มเติม GPSC มี 2 โครงการที่อาจสร้างอัพไซด์อย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการของเรา โครงการแรกภายใต้แผน monetisation สินทรัพย์ของ PTT มีโอกาสที่ GPSC จะเข้าซื้อ SPP ของ PTT Global Chemical (กำลังการผลิตไฟฟ้า 353MW และไอน้ำ 1,100 ตันต่อชั่วโมง) หากถือหุ้น 100% จะเพิ่ม EBITDA ราว 3.4 พันล้านบาท (+16%) และกำไรสุทธิราว 1.2 พันล้านบาท (+18%) โครงการที่สอง คือ Energy Recovery Unit (ERU) ในโครงการ CFP ของ Thai Oil ซึ่งมีความเสี่ยงด้านการพัฒนาค่อนข้างจำกัด และอาจเพิ่มอัพไซด์ต่อกำไรปี 2571 ได้อีก 11% คาดกำไรปกติปี 70-71 โตเฉลี่ย 12% เราคาดกำไรปกติปี 2569 เติบโต 12% จากการฟื้นตัวของ Gheco-One หลังขาดทุนจากต้นทุนถ่านหินที่ไม่สอดคล้อง (coal cost mismatch) ลดลง และหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง

– BBL (กรุงศรี) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 188 บาท เป็นหุ้นธนาคารในธีมรัฐบาลผลักดันการลงทุน เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ

และแก้ไขโครงกสร้างประเทศระยะกลาง-ยาว ประกอบกับราคาหุ้นยัง Laggard ธนาคารอื่น ทั้งที่เป็นธนาคารที่มีการเติบโตสินเชื่อ Corporater ที่มีโอกาสเรทงตัวขึ้นได้ หากมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)