“เซเลนสกี” หวังร่วมมือด้านกลาโหมกับญี่ปุ่น เล็งหารือ “ทาคาอิจิ” เร็ว ๆ นี้

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน แสดงความหวังที่จะร่วมมือด้านกลาโหมกับญี่ปุ่น พร้อมระบุว่าต้องการพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นในเร็ววันนี้ โดยเขายินดีที่ผู้นำญี่ปุ่นผลักดันให้มีการผ่อนปรนกฎระเบียบการส่งออกอาวุธร้ายแรง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างอิงบทสัมภาษณ์พิเศษปธน.เซเลนสกีในกรุงเคียฟเมื่อวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) โดยผู้นำยูเครนระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศถือเป็นสิ่ง “สำคัญยิ่ง” สำหรับยูเครนในการต้านทานการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียที่เปิดฉากขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. 2565 พร้อมระบุว่าจะเป็น “ประโยชน์อย่างมาก” หากนายกฯ ทาคาอิจิ ตัดสินใจเปิด “ช่องทางเจรจา” ในประเด็นนี้

สำหรับโอกาสในการพบปะกับนายกฯ ทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค. และเพิ่งเสริมสร้างฐานอำนาจจนแข็งแกร่งหลังพรรคคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น ผู้นำยูเครนกล่าวว่า “เรายินดีต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีหญิงอย่างยิ่ง… และเราจะพิจารณาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ปธน.เซเลนสกีระบุด้วยว่า เขาพร้อมที่จะหารือ “ในทุกรูปแบบ” เช่น การพบปะนอกรอบบนเวทีการประชุมพหุภาคีรายการสำคัญ หรือการเดินทางเยือนญี่ปุ่นด้วยตนเอง

ผู้นำยูเครนยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกับประเทศที่ได้รับสิทธิ์ให้ผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศ โดยระบุว่าญี่ปุ่นคือ “หนึ่งในประเทศเหล่านั้น” เนื่องจากญี่ปุ่นซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot Advanced Capability-3 (PAC-3) ภายใต้สิทธิบัตรของสหรัฐฯ

ในส่วนของยูเครนนั้น ปธน.เซเลนสกีระบุว่า ยูเครนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยียานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) หรือโดรนทางทะเล ให้แก่ญี่ปุ่นได้เช่นกัน โดยเขากล่าวว่ายูเครนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าขีดความสามารถของโดรนทางทะเลนั้น “ได้ผลจริง” จนทำให้เรือรบรัสเซียไม่สามารถปฏิบัติการใกล้แนวชายฝั่งของยูเครนได้

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นอนุญาตให้ส่งออกอาวุธได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการมาตั้งแต่ปี 2557 หลังมีการยกเลิกนโยบายห้ามส่งออกอาวุธ ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์สะท้อนจุดยืนใฝ่สันติภายใต้รัฐธรรมนูญที่ต่อต้านสงครามของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน

ภายใต้การนำของนายกฯ ทาคาอิจิ ซึ่งมีแนวคิดสายเหยี่ยวและให้คำมั่นว่าจะยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นและพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล กำลังพิจารณาที่จะยกเลิกข้อจำกัดที่เหลืออยู่เกี่ยวกับการถ่ายโอนยุทโธปกรณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคที่ตึงเครียด

ปัจจุบัน กฎระเบียบของญี่ปุ่นจำกัดการถ่ายโอนยุทโธปกรณ์ไว้เฉพาะภารกิจที่ไม่ใช่การรบ 5 ด้าน ได้แก่ การกู้ภัย การขนส่ง การเตือนภัย การเฝ้าระวัง และการกวาดทุ่นระเบิด โดยในกรณีที่ประเทศปลายทางกำลังเผชิญการรุกรานที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นจะสามารถส่งออกได้เฉพาะอาวุธที่ไม่ร้ายแรงเท่านั้น

ระหว่างการสัมภาษณ์ ปธน.เซเลนสกีปฏิเสธแนวคิดการถอนทหารออกจากภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกเพื่อแลกกับข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่การเจรจากับรัสเซียยังคงดำเนินอยู่ โดยระบุว่า “เราไม่สามารถถอนกำลังออกจากดินแดนของเราได้ นี่คือแนวป้องกันที่แท้จริงของเรา”

ขณะเดียวกัน รัสเซียก็กำลังพยายามเข้ายึดครองภูมิภาคดอนบาสอย่างเบ็ดเสร็จ และได้เรียกร้องให้กองกำลังยูเครนถอนกำลังออกไป

นอกจากนี้ ปธน.ยูเครนยังชี้ว่า เกาหลีเหนือได้รับองค์ความรู้ทางทหารผ่านการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามที่รัสเซียทำกับยูเครน ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นในอนาคต หลังจากที่ทหารเกาหลีเหนือได้เข้าปะทะกับกองกำลังยูเครนที่เปิดฉากบุกข้ามพรมแดนเข้าไปยังแคว้นคุสค์ (Kursk) ทางตะวันตกของรัสเซีย และสามารถยึดพื้นที่บางส่วนไว้ได้ชั่วคราว

สำหรับประวัติของเซเลนสกีนั้น เขาเป็นอดีตนักแสดงและพิธีกรรายการโทรทัศน์ที่ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนธ.ค. 2561 และคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนเม.ย. 2562 ก่อนเข้ารับตำแหน่งในเดือนถัดมา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด