กบน. มีมติลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ตรึงราคาดีเซล สกัดผลกระทบสหรัฐฯ-อิหร่าน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้สั่งการเร่งด่วนให้จัดประชุมเพื่อหารือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ซึ่งมีความกังวลว่าสหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านในไม่ช้านี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งเพิ่มกำลังทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังทหาร หากการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านประสบความล้มเหลว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เกิดความผันผวนระลอกใหม่เพิ่มขึ้น

โดยที่ประชุม กบน.วันนี้ มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันดีเซลลง 45 สตางค์/ลิตร จากเดิมที่จัดเก็บเข้ากองทุนฯ 15 สตางค์/ลิตร เปลี่ยนเป็นลดการจัดเก็บลง และปรับมาเป็นการอุดหนุนราคาดีเซล เพิ่มเป็น 30 สตางค์/ลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลคงเดิม ณ หน้าสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 30 บาท/ลิตร เพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบต่อค่าครองชีพ

โดยการอุดหนุนนี้ จะส่งผลต่อรายรับประเภทน้ำมันดีเซล ลดลงวันละ 29.52 ล้านบาท แต่ในภาพรวมฐานะกองทุนน้ำมันฯ ยังรองรับได้ เพราะบัญชีน้ำมันยังคงเป็นบวก

นายอรรถพล กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน ได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน อย่างใกล้ชิด เพราะผลของสถานการณ์ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวน โดยในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังเร่งฟื้นตัว

ทั้งนี้ กบน. เร่งใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ เข้าบริหารจัดการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับสูงขึ้น ซึ่งการตรึงราคาดีเซลในครั้งนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และไม่ให้เกิดภาวะสะดุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลพร้อมใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อดูแลเสถียรภาพด้านพลังงานอย่างรอบคอบและทันท่วงที

โดยปัจจุบัน ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 15 ก.พ.69 กองทุนน้ำมันฯ เป็นบวกอยู่ที่ 1,772 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน บวกอยู่ที่ 39,951 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 38,179 ล้านบาท ส่วนการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันดีเซล จะทำให้รายรับลดลงเหลือประมาณวันละ 29.52 ล้านบาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)