
สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากไต้หวันมากกว่าจากจีนเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทิศทางการค้าโลก ภายใต้มาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และแรงหนุนจากกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ดันความต้องการสินค้าเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ระบุว่า เดือน ธ.ค. ปีที่ผ่านมา การนำเข้าสินค้าจากจีนลดลงเกือบ 44% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือ 2.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การนำเข้าจากไต้หวันในช่วงเดียวกันเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า แตะ 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
การส่งออกจากไต้หวันที่พุ่งขึ้นอย่างมาก เป็นผลจากการขยายตัวของการจัดส่งชิปและเซิร์ฟเวอร์ให้กับบริษัทด้าน AI ซึ่งทำให้โครงสร้างการค้าของไต้หวันเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และช่วยผลักดันเศรษฐกิจมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของเกาะแห่งนี้ ให้กลายเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก
หากมองย้อนหลัง ในปี 2566 ไต้หวันส่งออกไปจีนมากกว่าสหรัฐฯ หรือประเทศอื่นใด แต่ในปี 2568 มูลค่าสินค้าที่ส่งออกข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังสหรัฐฯ มีมูลค่าราวสองเท่าของสินค้าที่ส่งออกข้ามช่องแคบไต้หวันไปจีน
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้ส่งออกจีนพยายามลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ หลังเผชิญภาษีในอัตราสูง โดยหันไปขยายตลาดใหม่และใช้ประเทศที่สามเป็นทางผ่านสินค้า
ในทางกลับกัน บริษัทไต้หวันกลับเพิ่มน้ำหนักตลาดสหรัฐฯ มากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ รับสินค้าคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของการส่งออกทั้งหมดของไต้หวัน
แม้จีนพยายามกระจายความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบจากภาษี แต่การค้าโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก กลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)





