ทรัมป์เล็งถอดเวียดนามพ้นบัญชีคุมส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง

รัฐบาลเวียดนามประกาศในวันนี้ (21 ก.พ.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แจ้งกับโต เลิม ผู้นำสูงสุดของเวียดนามว่า จะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการถอดเวียดนามออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่ถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ

ผู้นำทั้งสองพบกันโดยตรงเป็นครั้งแรกที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) หลังโต เลิม เข้าร่วมการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตัน โดยเว็บไซต์ข่าวของรัฐบาลเวียดนามระบุว่า ทรัมป์จะเร่งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการถอดเวียดนามออกจากบัญชีควบคุมการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์โดยเร็ว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า ก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศอยู่ระหว่างการเจรจาการค้าที่ยืดเยื้อ ขณะที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีนำเข้าหลายรายการของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์ทรัมป์ก็ได้ลงนามบังคับใช้อัตราภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% กับทุกประเทศ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังคำตัดสินดังกล่าว

ย้อนกลับไปในเดือนเม.ย. 2568 เมื่อทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีที่เรียกว่า “วันปลดปล่อย” เวียดนามเป็นประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ สูงเป็นอันดับสาม รองจากจีนและเม็กซิโก และถูกกำหนดอัตราภาษีในระดับสูงที่สุดระดับหนึ่งในการปรับขึ้นภาษีครั้งนั้น

ต่อมาในเดือนก.ค. 2568 เวียดนามสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำที่ 20% ลดลงจากเดิมมากกว่า 40% แลกกับการเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐฯ รวมถึงรถยนต์

ในสัปดาห์นี้ สายการบินเวียดนาม 3 แห่งประกาศสั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัทอากาศยานของสหรัฐฯ รวมมูลค่าเกือบ 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสายการบินหน้าใหม่ ซัน ฟู้ก๊วก แอร์เวย์ สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ จำนวน 40 ลำ มูลค่าราว 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สายการบินแห่งชาติ เวียดนาม แอร์ไลน์ สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ประมาณ 50 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)