
บรรดาบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกประกาศทุ่มเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่โครงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอินเดีย ท่ามกลางการจัดประชุมสุดยอดด้าน AI ครั้งใหญ่ ซึ่งรวบรวมผู้นำประเทศและผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลอินเดียเดินหน้าผลักดันประเทศสู่การเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีของโลก
กระแสการลงทุนใน AI กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ทั้งภาครัฐและเอกชนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เช่น Amazon, Microsoft, Meta และ Alphabet ประกาศงบลงทุนด้าน AI ที่อาจรวมกันสูงถึง 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้เพียงปีเดียว
ในฝั่งอินเดีย กลุ่ม Reliance มีรายงานว่าเตรียมลงทุน 1.1 แสนล้านดอลลาร์ในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ Adani วางแผนลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ภายในระยะเวลา 10 ปี
บริษัทสหรัฐฯ หลายแห่งประกาศความเคลื่อนไหวสำคัญระหว่างการประชุม โดย Microsoft ระบุในเวที Indian AI Impact Summit ว่ามีแผนลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในโครงการ AI ของกลุ่มประเทศโลกใต้ภายในสิ้นทศวรรษนี้ ขณะที่ OpenAI และ AMD จับมือกับ Tata Group เพื่อพัฒนาศักยภาพ AI ส่วน Blackstone เปิดเผยว่าได้เข้าร่วมระดมทุนหุ้นมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ให้กับ Neysa ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอินเดีย
นอกจากนี้ Nvidia ยังประกาศขยายความร่วมมือกับบริษัทร่วมทุนในอินเดีย เพื่อเพิ่มการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีดาวรุ่งในระบบนิเวศของประเทศ
รายชื่อผู้เข้าร่วมงานสะท้อนความสนใจของยักษ์เทคต่อศักยภาพตลาดอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น แซม อัลท์แมน ซีอีโอ OpenAI, ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอ Alphabet, ดาริโอ อาโมเดอี จาก Anthropic และ เดมิส ฮัสซาบิส ซีอีโอ Google DeepMind
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงที่อินเดียเร่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รัฐบาลได้อนุมัติโครงการลงทุนด้านการผลิตชิปมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สหรัฐฯ และอินเดียกำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงการค้าเพื่อลดภาษีและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามข้อตกลง Pax Silica ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่ใช้ซิลิคอน
แม้ตลาดหุ้นอินเดียจะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายปี 2568 แต่ Anirudh Suri หุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง India Internet Fund ให้ความเห็นว่า เงินทุนจากเวนเจอร์แคปิทัลและไพรเวตอิควิตียังไม่ไหลเข้าสู่สตาร์ตอัป AI ในอินเดียมากนัก
ด้าน Brad Smith ประธาน Microsoft ระบุว่า แม้อินเดียยังถูกมองว่าตามหลังสหรัฐฯ และจีนในแนวหน้าการพัฒนา AI แต่ด้วยบุคลากรด้านวิศวกรรมจำนวนมาก อินเดียมีศักยภาพพัฒนาโมเดล AI ของตนเองได้ และในอนาคตอาจเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญด้าน AI จากอินเดีย เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในจีนและประเทศอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า อินเดียยังต้องเร่งปรับปรุงปัจจัยพื้นฐาน โดย Udith Sikand นักวิเคราะห์ตลาดเกิดใหม่จาก Gavekal ระบุว่า แม้อินเดียพยายามผลักดัน AI อย่างโดดเด่น แต่ยังมุ่งเน้นมาตรการจูงใจเชิงภาพลักษณ์ โดยไม่ได้แก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้างในการดำเนินธุรกิจอย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดย บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ถอนตัวจากงาน หลังถูกวิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีตกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในอินเดียถูกวิจารณ์ หลังอ้างว่าพัฒนาหุ่นยนต์สุนัขได้เอง ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์จากจีนที่มีจำหน่ายเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)





