
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงเมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.) ว่า อิหร่านได้ประกาศขึ้นบัญชีกองทัพเรือและกองทัพอากาศของชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ทุกประเทศ เป็นองค์กรก่อการร้าย
แถลงการณ์ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ EU มีมติอย่าง “ผิดกฎหมายและไร้ความชอบธรรม” เมื่อไม่นานมานี้ ที่ระบุให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านเป็นองค์กรก่อการร้าย พร้อมระบุว่า มติของ EU นั้น “ขัดต่อหลักการพื้นฐานและกฎระเบียบของกฎบัตรสหประชาชาติ ตลอดจนกฎหมายระหว่างประเทศ”
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลอิหร่านดำเนินการตอบโต้โดยอาศัยหลักการตามกฎหมายปี 2562 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ประเทศใดก็ตามที่ปฏิบัติตามหรือสนับสนุนมติของสหรัฐฯ ที่ประกาศให้ IRGC เป็นองค์กรก่อการร้าย ไม่ว่าในทางใดก็ตาม จะต้องเผชิญมาตรการตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ก.พ.) คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the EU) ได้ขึ้นบัญชี IRGC เป็นกลุ่มก่อการร้ายอย่างเป็นทางการ ตามข้อตกลงทางการเมืองที่รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว
การขึ้นบัญชีดังกล่าวส่งผลให้มีการบังคับใช้มาตรการจำกัดสิทธิต่าง ๆ ภายใต้กลไกคว่ำบาตรเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายของ EU ซึ่งรวมถึงการอายัดเงินทุน สินทรัพย์ทางการเงิน และทรัพยากรทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ของ IRGC ที่อยู่ในชาติสมาชิก EU
ท่าทีล่าสุดของ EU มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันตกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ ได้เพิ่มกำลังทหารในพื้นที่ และขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านอยู่หลายครั้ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.พ. 69)





