สายการบินโวย สหรัฐฯ สั่งปิดช่องทางด่วนสนามบินกะทันหัน เซ่นพิษชัตดาวน์

กลุ่มตัวแทนสายการบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงความกังวล หลังจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) แจ้งเตือนผู้เดินทางกะทันหันเกินไป ก่อนเตรียมระงับการให้บริการโครงการเดินทางสำคัญอย่าง PreCheck และ Global Entry ชั่วคราว ท่ามกลางภาวะหน่วยงานรัฐปิดทำการ (ชัตดาวน์) เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ โครงการ PreCheck เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้โดยสารที่ผ่านการอนุมัติสามารถใช้ช่องทางด่วนเพื่อตรวจจุดรักษาความปลอดภัยตามสนามบินในสหรัฐฯ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดเวลารอคิวและเพิ่มความคล่องตัว ขณะที่โครงการ Global Entry จะช่วยย่นเวลาพิธีการศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสำหรับผู้เดินทางระหว่างประเทศกลุ่มความเสี่ยงต่ำที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้า

ข้อมูลจากสำนักงานความมั่นคงด้านการขนส่ง (TSA) เมื่อปี 2567 ระบุว่า โครงการ PreCheck มีสมาชิกที่รักษาสถานะอยู่กว่า 20 ล้านราย ขณะที่ยอดรวมผู้โดยสารในโครงการอำนวยความสะดวกของ DHS ทะลุ 40 ล้านราย

การระงับบริการทั้งสองโครงการดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (18.00 น. ตามเวลาไทย) สืบเนื่องจากภาวะชัตดาวน์บางส่วนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

ด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า การระงับบริการนี้เป็นหนึ่งในมาตรการฉุกเฉินของ DHS เพื่อโยกย้ายกำลังเจ้าหน้าที่ หลังจากสภาคองเกรสไม่อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้หน่วยงานมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์

ด้าน คริสตี โนม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ชี้แจงถึงประเด็นนี้ผ่านแถลงการณ์ที่ส่งถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “TSA และสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับผู้โดยสารทั่วไปตามสนามบินและจุดผ่านแดนต่าง ๆ เป็นอันดับแรก และต้องระงับบริการอำนวยความสะดวก รวมถึงช่องทางพิเศษต่าง ๆ ไว้ก่อน”

“เราต้องตัดสินใจบริหารจัดการบุคลากรและทรัพยากรอย่างยากลำบากแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น” โนมระบุ

จากสถานการณ์ดังกล่าว คริส ซูนูนู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมอุตสาหกรรมการบิน Airlines for America ได้ออกมาวิจารณ์ว่า การประกาศระงับบริการดังกล่าว “กะทันหันอย่างยิ่งสำหรับผู้เดินทาง ทำให้แทบไม่มีเวลาเตรียมตัวรับมือ”

“ทางสมาคมฯ กังวลอย่างยิ่ง… ที่ประชาชนผู้เดินทางต้องตกเป็นเบี้ยล่างทางการเมืองอีกครั้ง จากเหตุชัตดาวน์ของรัฐบาลในรอบนี้” ซูนูนู กล่าว พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งเจรจาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เนื่องจากเหตุการณ์ชัตดาวน์ในลักษณะเดียวกันเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว เคยสร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการเดินทางและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสูงถึง 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐมาแล้ว

อนึ่ง การระงับบริการล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งสั่งการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้สำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินกลาง (FEMA) ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัด DHS เช่นกัน ระงับการส่งเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ อันเป็นผลพวงจากภาวะชัตดาวน์ด้วยเช่นเดียวกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.พ. 69)