
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.00 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 31.20 บาท/ดอลลาร์
โดยช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของ สหรัฐฯ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯได้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความไม่ แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ได้หนุนให้ ราคาทองคำปรับ ตัวสูงขึ้น เข้าใกล้โซน 5,150 ดอลลาร์ ซึ่งยิ่งหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท
สำหรับแนวโน้มเงินบาทนั้น การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท (USDTHB) อาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และเงินบาทเสี่ยงเผชิญ ความผันผวนที่สูงขึ้น โดยต้องจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่จะส่งผลกระทบต่อทั้ง ทิศทางราคา น้ำมันดิบ ราคาทองคำ และเงินดอลลาร์ ในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับ
สัปดาห์นี้ รวมถึงในระยะสั้น ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และรอลุ้นผลการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย
“เราคาดว่า กนง. จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ “คงดอกเบี้ยนโยบาย” ที่ระดับ 1.25% เพื่อรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและ รักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่มีอย่างจำกัด เพื่อใช้รับมือกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดต่อ เศรษฐกิจไทย” นายพูน ระบุ
นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามความชัดเจนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ล่าสุด พร้อมรอล้นรายงานข้อมูล ยอดการส่งออก- นำเข้า รวมถึงข้อมูลดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของเดือนม.ค.
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 30.90-31.15 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 154.03 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 155.37/39 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1820 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1766/1767 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 31.197 บาท/ดอลลาร์
– สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ เดือน ม.ค. 69
– “นักเศรษฐศาสตร์” ชี้เกมภาษี สหรัฐรอบใหม่ หลังทรัมป์เก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% ยิ่งเพิ่มความปั่นป่วนต่อทั่ว โลก “บุรินทร์” ชี้แม้กำแพงภาษีสหรัฐจะถูกตั้งคำถามทางกฎหมาย แต่ความเสี่ยงระบบการค้าโลกยังไม่ลดลง หวั่นกระทบส่งออกไทยปีนี้เริ่ม แผ่ว “กอบศักดิ์” เตือนระบบการค้าโลกมีแนวโน้มหนักขึ้น และอาจมี “หมัด” เพิ่มตามมาอีก “อมรเทพ” ชี้ความไม่แน่นอนกติกาการค้าโลก ยังสูงเสี่ยงฉุดเอฟดีไอชะลอ เปิดทางสินค้าจีนไหลทะลักอาเซียนกดดันผู้ประกอบการไทย
– “หอการค้าไทย” ชี้ศาลสูงสหรัฐ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลก เปิดช่องเจรจามากขึ้น จับตาเงินบาทผันผวน ระยะสั้น ชี้เป็นโอกาสเร่งส่งออกระยะสั้น ช่วงภาษีลดจาก 19% เหลือ 15% ขณะที่การคืนภาษีเป็นสิทธิของผู้นำเข้าสหรัฐเป็นหลัก
– กระทรวงการคลังได้เตรียมความพร้อมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ใน การประชุมครั้งแรก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าหมาย โดยเรื่องแรกจะเร่งปรับเงื่อนไขโครงการคนละครึ่ง พลัส ให้สอดคล้อง กับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงต้องปรับให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด
– ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง คัดค้านการกำหนดมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2568 ภายใต้ กฎหมายของรัฐบาลกลางที่ให้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ ด้านทรัมป์ระบุว่า จะใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เพื่อ กำหนดภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการฉุกเฉินที่ถูกศาลสูงสุดยกเลิก
– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและ พลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%
– นักวิเคราะห์จาก RJO Futures กล่าวว่า แม้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจ แต่การที่ GDP ออกมาต่ำสะท้อนว่า เศรษฐกิจยังไม่ใกล้จุดฟื้นตัวอย่างชัดเจน และยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวในอัตรา 1.4% ต่อปีในไตรมาสที่ผ่าน มา ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3% อย่างมาก
– รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีศักยภาพขยายตัวอย่างน้อย 3.5% ในปี 2569
– ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ดัชนีความ เชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





