อินโดนีเซียขาดดุลงบประมาณกว่า 3.2 พันล้านดอลล์ หลังการใช้จ่ายภาครัฐพุ่ง

ปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย กล่าวในการแถลงข่าววันนี้ (23 ก.พ.) ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียขาดดุลงบประมาณ 54.6 ล้านล้านรูเปียห์ (3.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนม.ค. หลังจากรัฐบาลดำเนินการตามคำมั่นสัญญาในการเร่งใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

การใช้จ่ายภาครัฐพุ่งขึ้น 25.7% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียง 9.5%

ทั้งนี้ ไม่บ่อยนักที่รัฐบาลอินโดนีเซียจะขาดดุลงบประมาณ โดยหลังจากสิ้นสุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว รัฐบาลอินโดนีเซียมักจะรายงานยอดเกินดุลงบประมาณในเดือนแรกของปี ซึ่งเป็นช่วงที่รายได้จากภาษีมีความแข็งแกร่งและโครงการต่าง ๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ของอินโดนีเซียบันทึกยอดการใช้จ่ายพุ่งขึ้นถึง 129% เนื่องจากมีการเพิ่มการใช้จ่ายกว่าสองเท่าสำหรับโครงการอาหารฟรีของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต รวมทั้งโครงการให้ความช่วยเหลือทางสังคมอื่น ๆ นอกจากนี้ การใช้จ่ายด้านทุนยังเพิ่มขึ้นเกือบเจ็ดเท่า เนื่องจากรัฐบาลลงทุนในโครงการชลประทาน การเชื่อมต่อ และโครงการความมั่นคงทางอาหาร

ทางการอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้น่าจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของอินโดนีเซียซึ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ดีกว่าคาดที่ระดับ 5.39% ในไตรมาส 4/2568 เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะที่ปูร์บายาคาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.5% – 6% ในไตรมาส 1 ปีนี้

นักลงทุนในตลาดจับตาสถานะการคลังของอินโดนีเซียในปีนี้อย่างใกล้ชิด หลังจากปูร์บายาให้คำมั่นว่าจะรักษาการขาดดุลงบประมาณให้อยู่ภายใต้เพดานที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แม้ว่าการใช้จ่ายปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา มูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody’s) ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียลงสู่ “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยระบุถึงความเสี่ยงที่มีต่อเสถียรภาพทางการคลัง ขณะที่ เฟบริโอ คาคาริบู ผู้อำนวยการด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของกระทรวงการคลังอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ทีมเจ้าหน้าที่จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) กำลังอยู่ระหว่างการเยี่ยมเยียนและพบปะกับผู้ดำเนินนโยบายของอินโดนีเซีย เพื่อทำการประเมินความน่าเชื่อถือในสัปดาห์นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)