PTG ร่วง 5.45% ขายทำกำไร-กังวลค่าการตลาดย่อโบรกมองแค่ปัจจัยชั่วคราว ยังชูเป็น Top pick

เมื่อเวลา 11.14 น. PTG ลบ 5.45% ลดลง 0.55 บาท มาที่ 9.55 บาท มูลค่าการซื้อขาย 165.48 ล้านบาท จากราคาเปิด 10.00 บาท ราคาสูงสุด 10.10 บาท และราคาต่ำสุด 9.40 บาท

บล.กรุงศรี ระบุว่า ราคาหุ้น บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี [PTG] ปรับลงช่วงเช้าคาดแรงกดดันอาจมาจาก

  1. ความกังวล ค่าการตลาดน้ำมันไตรมาส 4/68 ที่ลดลง QoQ ซึ่งเรามองเป็นปัจจัยชั่วคราวและไม่ได้เปลี่ยนทิศทางค่าการตลาดฟื้นตัวใน 69 โดยตัวฉุดค่าการตลาดไตรมาส 4/68 มาจากช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.68 ภาครัฐปรับลดราคาหน้าปั้มเร็วตามราคาน้ำมันดิบโลกเพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชนในช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งหลังผ่านช่วงแทรกแซงไปช่วง ธ.ค. 68 ค่าการตลาดน้ำมันกลับมาฟื้นราว 1.9 บาท/ลิตร และเดือน ม.ค.68 ที่ยังมีการแทรกแซง ค่าการตลาดน้ำมันยังสูงกว่า ต.ค.-พ.ย.68 สะท้อนการแทรกแซงของรัฐที่ลดลงหลังกองทุนน้ำมันเป็นบวก โดยเดือน ก.พ.69 เฉลี่ยถึงปัจจุบันค่าการตลาดน้ำมันสูงกว่า 1.7 บาท/ลิตร vs. ประมาณการปีของเราที่ 1.68 บาท/ลิตร
  2. ยอดขายต่อสาขาร้านพันธุ์ไทยที่ดูชะลอในไตรมาส 4/68 มาจากจำนวนร้านที่เพิ่มเร่งขึ้นในช่วงปลาย ธ.ค. 68 เกือบ 200 สาขา ซึ่งรายได้ยังไม่ได้เข้ามาเต็มที่ในภาพไตรมาส หากตัดสาขาที่เร่งเพิ่มดังกล่าวออก ยอดขาย/สาขายังสูงใกล้เคียงไตรมาส 3/68 แม้มีปรับโปรโมชั่นบัตรแดง สะท้อนว่าความต้องการบริโภคมีต่อเนื่อง เราคงมุมมอง contribution สาขาใหม่จะเร่งขึ้นใน ไตรมาส 1/69 หนุนกำไรโตทั้ง YoY และ QoQ

คงคำแนะนำ Buy ที่ TP 11.5 บ.และคงเป็น top pick มองช่วงราคามีแรงกดดันเป็นโอกาส “ซื้อ” เด่นกว่าคู่แข่งทั้ง oil และ non-oil โดยธุรกิจ oil ได้ประโยชน์จากค่าการตลาดน้ำมันดีเซลฟื้นตัวมากกว่ากลุ่มตามสัดส่วนปริมาณขายน้ำมันดีเซลราว 71% (คู่แข่ง 50-60%) ส่วน non-oil (ไม่รวม LPG) คาดกำไรขั้นต้นโตเฉลี่ย 15% ในช่วง 69-71 ตามการขยายสาขาและประสบความสำเร็จในการได้ส่วนแบ่งตลาด (vs. OR Lifestyle’s GP +8% CAGR) หนุนให้กำไรรวม +30% CAGR ในขณะที่ PER26F ราว 11 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งที่สัดส่วน non-oil ใกล้เคียงกัน PER ราว 17 เท่า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)