
บรรดาแกนนำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน ต่างออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา พร้อมเตรียมผลักดันให้มีการลงมติจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดี
CNN รายงานว่า การสั่งการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านมีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ มีกำหนดจะเปิดอภิปรายและลงมติอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน ด้านฝั่งเดโมแครตและสมาชิกพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 3 ราย ระบุว่าการตัดสินใจของประธานาธิบดีในขณะที่สมาชิกสภาต่างกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศและยังไม่มีแผนจะกลับเข้าวอชิงตันในอีกหลายวันนั้น ถือเป็นการสร้างข้อกังขาอย่างรุนแรงต่อความชอบธรรมทางกฎหมายของการโจมตีในครั้งนี้
“นี่ถือเป็นการตบหน้าสภาคองเกรสอย่างฉาดใหญ่ ประธานาธิบดีเริ่มสงครามที่ผิดกฎหมายทั้งที่ไม่ได้มีภัยคุกคามในระยะประชิด ท่านไม่ได้ปรึกษาหารือหรือเปิดโอกาสให้สภาได้อภิปรายกันเลย ซึ่งเรื่องนี้แม้แต่ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ยังเคยทำ” โร แคนนา สส. พรรคเดโมแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวเมื่อเช้าวันเสาร์ ทั้งนี้ เมื่อปี 2545-2546 ก่อนที่ประธานาธิบดีบุชจะบุกอิรัก ซึ่งเป็นสงครามที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดครั้งหนึ่งนั้น เขาได้แสดงความเคารพต่อรัฐสภา ด้วยการขอเปิดอภิปรายเพื่อขอมติอนุมัติอย่างเป็นทางการก่อนจะสั่งเคลื่อนพล
สมาชิกรัฐสภากลุ่มหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้พยายามผลักดันให้มีการจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการโจมตีเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดในแถบแคริบเบียน ระบุว่าพวกเขาจะรื้อฟื้นความพยายามในการผ่านมติอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) อีกครั้ง
โทมัส แมสซี สส. พรรครีพับลิกันจากรัฐเคนทักกี โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อเช้าวันเสาร์ว่า “ผมคัดค้านสงครามครั้งนี้” พร้อมกับเสริมว่า “เมื่อสภาคองเกรสเปิดประชุม ผมจะร่วมมือกับ โร แคนนา สส. พรรคเดโมแครตจากแคลิฟอร์เนีย เพื่อบีบให้สภาคองเกรสต้องลงมติในเรื่องสงครามกับอิหร่าน”
“รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีการลงมติ และผู้แทนของพวกคุณจำเป็นต้องมีบันทึกการลงคะแนนที่ชัดเจนว่าสนับสนุนหรือคัดค้านสงครามครั้งนี้” แมสซีกล่าว
สำนักข่าว NBC รายงานว่า แมสซีและแคนนาได้ร่วมกันร่างมติอำนาจการทำสงครามไว้ก่อนที่จะเกิดการโจมตีอิหร่าน โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ที่ระบุว่า สภาคองเกรสเป็นผู้มีอำนาจในการประกาศสงครามกับประเทศอื่น ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร
ขณะที่สำนักข่าว NPR รายงานว่า ทำเนียบขาวได้แจ้งให้ผู้นำระดับสูง 8 คนของสภาคองเกรส หรือที่รู้จักกันในนาม Gang of Eight ทราบเพียงไม่นานก่อนเริ่มการโจมตี
ทางด้าน ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงท่าทีสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “วันนี้ อิหร่านกำลังเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงจากการกระทำอันชั่วร้ายของตน ประธานาธิบดีทรัมป์และคณะทำงานได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการหาทางออกผ่านวิถีทางการทูตและสันติวิธี เพื่อตอบโต้ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ การสนับสนุนการก่อการร้าย และการสังหารชาวอเมริกันรวมถึงประชาชนของตนเองโดยฝีมือระบอบอิหร่าน”
ทั้งนี้ จอห์นสันระบุว่ากลุ่ม “แก๊งออฟเอต” ได้รับการรายงานสรุปข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์แล้ว
อย่างไรก็ตาม ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ได้เรียกร้องให้รัฐบาลของทรัมป์รายงานสถานการณ์ภัยคุกคามต่อวุฒิสภา โดยเขาได้ขอให้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความโปร่งใสต่อสภาคองเกรสและประชาชนชาวอเมริกัน เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการโจมตีและขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไป
“รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่สำคัญต่อสภาคองเกรสและประชาชน เกี่ยวกับขอบเขตและความเร่งด่วนของภัยคุกคามนี้” ชูเมอร์โพสต์ผ่าน X
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 มี.ค. 69)





