
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด จะช่วยแก้สภาพคล่องล้นและการไม่ปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคารได้ระดับหนึ่ง แต่ความเสี่ยงจากผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อเศรษฐกิจโลก ตลาดการเงิน น่าจะรุนแรงและยืดเยื้อได้ เศรษฐกิจไทยและตลาดการเงินไทย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
ในฐานะที่ประเทศไทย เป็นประเทศนำเข้าพลังงานและน้ำมัน จึงต้องเตรียมการรับมือสถานการณ์ที่เกิดภาวการณ์ชะงักงันของการขนส่งก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันได้ อาจมีความจำเป็นในการต้องสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าตลาดการเงินโลกจะผันผวนปั่นป่วนรุนแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นตลาดปริวรรตเงินตรา ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันและทองคำ เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสของนักลงทุน สงครามสหรัฐฯอิหร่านจะทำให้เกิดความผันผวนปั่นป่วนเศรษฐกิจโลก และตลาดการเงินโลกรุนแรง กดดันราคาพลังงานพุ่ง หากโอเปคพลัสไม่เพิ่มกำลังการผลิตเดือนเมษายน หากสงครามอิหร่านขยายวงยืดเยื้อ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกระยะสั้น โดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นไปแตะระดับ 80-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้
และหากสงครามรุนแรงเกิน 2 สัปดาห์ ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ มีผลทำให้อัตราเงินเฟ้อของโลกปรับขึ้นไปอีกอย่างน้อย 0.5-0.6% หากมีการปิดช่องแคบ Hormuz ประเทศเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางกระทบหนัก แม้ไม่มีการปิดช่องแคบ Hormuz การเดินทางขนส่งก็เกิดภาวะชะงักงันอยู่แล้ว ค่าประกันภัยทางเรือผ่านบริเวณนี้จะพุ่งสูงขึ้น และจะถูกบวกเพิ่มเข้ามาในราคาขายน้ำมัน
“เมื่อปีที่แล้ว มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบดังกล่าวโดยเฉลี่ยมากกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ประมาณ 75% ส่งไปที่จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กลุ่มประเทศที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก หากประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบของสงครามจากปัญหาพลังงาน มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ หลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งไทย อาจเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันชั่วคราว หากเกิดการสะดุดของการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง มายังเอเชียตะวันออก” นายอนุสรณ์ ระบุ
อย่างไรก็ดี แม้อิหร่านไม่มีศักยภาพในการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน แต่การก่อกวนการเดินเรือที่ผ่านช่องแคบดังกล่าว ก็สามารถทำให้เกิดวิกฤตการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกได้ เพราะปริมาณน้ำมันดิบ 20% ลำเลียงผ่านช่องแคบนี้ และไทยพึ่งพาพลังงาน (น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ) ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซนี้ ประมาณหนึ่งในสามของพลังงานทั้งหมด
“รัฐบาลอย่ามัวแต่ใช้เวลาจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีกันตามโควต้ามุ้งการเมืองบ้านใหญ่ หรือนักการเมืองมัวแต่แย่งตำแหน่งทางการเมืองกัน แต่รัฐบาลต้องเอาใจใส่ เตรียมพร้อมประเทศไทยรับมือผลกระทบสงคราม และแรงกระแทกเศรษฐกิจโลกให้ดี” นายอนุสรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ สายการบินทั่วโลกได้ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากเดินทางไปยังตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ Brent และ ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที 2.45% และ 2.78% ในวันศุกร์ที่ผ่านมาก่อนการเปิดฉากโจมตีกัน คาดว่า ในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจพุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงจากสงครามใหญ่ในตะวันออกกลางเช่นนี้ ดอกเบี้ยนโยบายอาจลงได้ถึง 0.75% หากเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากสงครามรุนแรง เศรษฐกิจยังขยายตัวต่ำมาก และแรงกดดันหนี้สินสูง คาดเงินฝากไหลเข้ากองทุนและหุ้นปันผลมากขึ้น เมื่อมีข่าวสงครามอิหร่านปะทุขึ้น ราคา PAXG คือ คริปโตเคอร์เรนซีที่อ้างอิงราคาทองคำจริง (Asset-Backed) ได้พุ่งทะยานขึ้นอย่างแรง ดีดตัว 6.45% ภายในวันเดียว เกิดภาวะเข้าซื้อด้วยความตื่นตระหนก Panic Buy ทองคำดิจิทัล เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงคราม
พร้อมมองว่า มีโอกาสสูงมากที่ราคาทองคำ Gold spot จะพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดในวันจันทร์ และอาจทำให้กลุ่มนักลงทุนที่เทขายทองคำล่วงหน้า เพื่อกลับมาซื้อคืนเพื่อส่งมอบ หรือขาย Short ประสบภาวการณ์ขาดทุนอย่างหนักได้ ส่วนนักลงทุนที่มีทองคำในพอร์ตลงทุนควรถือต่อได้ เพราะราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินจะมีความผันผวนรุนแรง จึงต้องระมัดระวังในการลงทุนอย่างยิ่ง
หากอิหร่านต้องล่มสลายลงโดยไร้ศูนย์กลางอำนาจ และสหรัฐอเมริกาไม่สามารถสถาปนาระบอบการปกครองใหม่ได้ อิหร่านจะมีสภาพเหมือนประเทศซีเรียในอดีต จะเกิดสภาวะการล่มสลายลงของรัฐชาติ เกิดสงครามกลางเมือง และสงครามตัวแทนจากการหนุนหลังของมหาอำนาจ จะเกิดคลื่นอพยพของผู้คนจำนวนมากออกจากอิหร่าน สมดุลแห่งอำนาจในตะวันออกกลางจะเปลี่ยนแปลงไป และจะสั่นสะเทือนการเมืองและเศรษฐกิจของภูมิภาค และโลกไปอีกนาน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 มี.ค. 69)




