
TRUE ปรับลง 3.45% มาที่ 14.00 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,450.13 ล้านบาท เมื่อเวลา 12.26 น.จากราคาเปิด 14.00 บาท ราคาต่ำสุด 13.90 บาท ราคาสูงสุด 14.30 บาท
บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น [TRUE] ราคาเป้าหมายเดิม 19 บาท จะมีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างผู้ถือหุ้นอีกครั้งหลังจากที่กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ “กลุ่มซีพี” หรือ CPG ประกาศขายหุ้น 10% ใน TRUE ให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่ราคาขาย 14.7 บาท อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นรายใหม่จะไม่มีการเข้ามาแทรกแซงทิศทางธุรกิจและการบริหารงาน ดังนั้น เราจึงยังคงชอบหุ้นตัวนี้ใน ฐานะหุ้น growth stock โดยคาดการณ์ว่ากำไรจะพุ่งสูงขึ้น 40% ในปี 2569 และ เติบโตอีก 20% ในปี 2570
TRUE แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPG) และบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TRUE ได้ตัดสินใจขายหุ้น จำนวน 3,455,210,081 หุ้น (ประมาณ 10% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด) ใน TRUE ให้กับพันธมิตร 3 รายที่ราคา 14.7 บาท (ราคาปิด ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026) โดย พันธมิตรดังกล่าวประกอบด้วย UBS AG London Branch (UBS), บริษัท ซีพีบี เอคควิตี้ จำกัด (CPB Equity) และบริษัท ศรีบุธนา จำกัด สรุปรายละเอียดการขายหุ้นจาก CPG ให้กับทั้ง 3 กลุ่มมีดังนี้
i) UBS จะซื้อหุ้นส่วนใหญ่จากการขายครั้งนี้ของ CPG โดยรับไปประมาณ 9.78% ของหุ้นทั้งหมด (หรือราว 3,379,195,459 หุ้น) ทั้งนี้ UBS จะแบ่งการซื้อออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นการซื้อหุ้นในสัดส่วน 4.49% ของ TRUE ที่ราคา 14.7 บาท ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ บริษัท CPB equity และบริษัท ศรีบุธนา เข้าทำรายการซื้อ สำหรับส่วนที่เหลือ (สัดส่วน 5.29%) จะดำเนินการในภายหลัง (ระบุในหมายเหตุว่าโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขึ้นอยู่กับการดำเนินการด้านธุรการแล้วเสร็จ) สำหรับส่วนที่ 2 ราคาซื้อจะอิงตามราคาปิดตลาด ณ ขณะที่ขาย แต่จะไม่ต่ากว่า 14.7 บาท ซึ่งกำหนดไว้ในส่วนแรก
ii) บริษัท ซีพีบี เอคควิตี้ จำกัด จะรับซื้อหุ้นในสัดส่วน 0.21% ของหุ้นทั้งหมด (หรือ 72,559,412 หุ้น) จาก CPG ที่ราคาซื้อ 14.7 บาท iii) บริษัท ศรีบุธนา จำกัด จะเข้าถือหุ้นสัดส่วน 0.01% ของหุ้นทั้งหมด (หรือ 3,455,210 หุ น) จาก CPG ที่ราคาซื้อ 14.7 บาท
ในหมายเหตุที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อความสำคัญ 2 ประการ ประการแรก CPG และบริษัทในเครือจะยังคงถือหุ้นประมาณ 19.72% ของหุ้นทั้งหมด และจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TRUE ในระยะยาว ประการที่ 2 UBS, CPB Equity และศรีบุธนา ไม่มีความประสงค์ที่จะเสนอชื่อบุคคลใดเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัทของ TRUE ไม่มีการเปลี่ยนแปลงประมาณการกำไรในปี 2569-2570
เราพยายามที่จะตอบคำถามที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นจากรายการ ธุรกรรมในครั้งนี้
Q1) ทำไม CPG ถึงตัดสินใจขายหุ้น 10% ใน TRUE? ก่อนที่เราจะสรุปประเด็นนี้ เราได้สอบถามไปยังตัวบริษัทเอง แต่ตามคาดคือไม่ได้ รับคำตอบจาก TRUE อย่างไรก็ตาม เราพบข้อมูลบางส่วนจาก Facebook ของซิคเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มและกรรมการ TRUE ระบุว่าเหตุผลของการขายหุ้นครั้งนี้คือเพื่อนำเงินที่ได้ประมาณ 5.079 หมื่นล้านบาท (จากการขายหุ้น 10%) ไปแสวงหาโอกาสในการลงทุนอื่นๆ หลังจากที่เป็นผู้ถือหุ้นใน TRUE มา อย่างยาวนาน
Q2) ใครจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรกภายหลังการทำธุรกรรมล่าสุดนี้? ภายหลังธุรกรรมนี้ Arise Digital Tech (ถือหุ้น 24.95%) จะเป็นอันดับหนึ่ง ตาม ด้วย CPG (สัดส่วน 19.72%), UBS AG London (11.73% = 9.78% ใหม่ + 1.95% เดิม) China Mobile (7.81%) และ Telenor (5.35%)
Q3) จะมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางธุรกิจภายหลังธุรกรรมนี้หรือไม่? ตามที่ TRUE ระบุในหมายเหตุว่าธุรกรรมนี้จะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางธุรกิจ การบริหารงาน และการดำเนินงานของ TRUE หากเราพิจารณาผู้ถือหุ้นที่เข้า มาซื้อหุ้นจาก CPG จะเห็นได้ว่าเป็นสถาบันการเงิน ซึ่งโดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่เข้ามา มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
Our view: เนื่องจากราคาซื้อขายที่ 14.7 บาท อยู่สูงกว่าราคาปิด ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ 14.5 บาท และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการและคณะผู้บริหารของบริษัท เราจึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อบริษัท เราคาดการณ์การเติบโตของกำไรที่ 40% ในปี 2569F และ เติบโต 20% ในปี 2570F นอกจากนี้เรายังคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 3.7% ในปี 2569F และ 5.1% ในปี 2570F คงคำแนะนำ “ซื้อ” TRUE ด้วยราคาเป้าหมาย 19 บาท เราชอบ TRUE ในฐานะหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่ากลุ่ม ทั้งในแง่ของมูลค่าหุ้นและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเมื่อเทียบกับ ADVANC
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





