
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต ในขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ และล่าสุด ผู้บัญชาการอาวุโสของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกปิดแล้ว และเตือนว่าเรือทุกลำที่พยายามจะแล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี
ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งตั้งอยู่ระหว่างโอมานกับอิหร่าน ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่สำหรับการค้าน้ำมันทั่วโลก โดยข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ในปี 2568 มีน้ำมันดิบถูกส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 31% ของการขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลทั้งหมดทั่วโลก
นอกจากนี้ ประมาณ 20% ของการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกที่มาจากอ่าวเปอร์เซียก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะก๊าซที่มาจากกาตาร์และขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดหา LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ระงับการผลิตเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) หลังจากโดรนของอิหร่านโจมตีโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมราสลัฟฟาน และนิคมอุตสาหกรรมเมไซอีด
หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อออกไป ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีก โดยนักวิเคราะห์บางคนมองว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์ของโนมูระระบุว่า ในภูมิภาคเอเชียนั้น ประเทศไทย อินเดีย เกาหลี และฟิลิปปินส์ เป็นกลุ่มประเทศที่เปราะบางที่สุดเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในระดับสูง ขณะที่มาเลเซียจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์ เนื่องจากเป็นผู้ส่งออกพลังงาน
โนมูระมองว่า ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไทยถือเป็น “ผู้แพ้” ที่ชัดเจนที่สุดจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน เนื่องจากผลกระทบจากภายนอกมีขนาดใหญ่และเกิดขึ้นในทันที โดยไทยมีการนำเข้าน้ำมันสุทธิสูงที่สุดในเอเชีย คิดเป็น 4.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 10% จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยย่ำแย่ลงประมาณ 0.5% ของ GDP ของประเทศ
สำหรับภาพรวมของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น นักวิเคราะห์ของ Kpler ระบุว่า ผลกระทบอันดับแรกคือภาวะเงินเฟ้อด้านต้นทุน มากกว่าการขาดแคลนแบบฉับพลัน โดยผู้ซื้อก๊าซ LNG ในตลาดสปอตจะเผชิญกับต้นทุนการจัดหาทดแทนที่สูงขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาที่เอเชียต้องแข่งขันกับยุโรปเพื่อแย่งชิงก๊าซจากแอตแลนติก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)





