
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (4 มี.ค.) หลังมีรายงานข่าวว่าอิหร่านได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อยุติสงคราม และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,739.41 จุด เพิ่มขึ้น 238.14 จุด หรือ +0.49%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,869.50 จุด เพิ่มขึ้น 52.87 จุด หรือ +0.78% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,807.48 จุด เพิ่มขึ้น 290.79 จุด หรือ +1.29%
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อทางอ้อมกับสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) เกี่ยวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวได้ถูกส่งผ่านหน่วยข่าวกรองของประเทศหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ
ด้านปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งเรือรบออกไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะจัดให้มีการประกันภัยแก่เรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยลดความตึงเครียดลงได้บางส่วน
นักวิเคราะห์จาก Clearstead Advisors LLC กล่าวว่า การประกาศของทำเนียบขาวช่วยลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ในตลาดน้ำมัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจหนุนราคาพลังงานพุ่งขึ้นและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงนี้ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจที่จะเข้ามาช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกขายออกมาอย่างหนักในเดือนก.พ.
ทั้งนี้ นักลงทุนได้กลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้ง ซึ่งช่วยหนุนดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 1.29% โดยหุ้น Micron Technology และหุ้น Advanced Micro Devices ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 5% ขณะที่หุ้น Broadcom และหุ้น Nvidia ต่างก็ดีดตัวขึ้นกว่า 1%
ส่วนดัชนี S&P500 ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้ในเดือนม.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ลดลงกว่า 10% มาอยู่ที่ระดับ 21.15 ซึ่งส่งสัญญาณว่านักลงทุนประเมินว่าความปั่นป่วนในระยะสั้นจะลดน้อยลงแม้ยังมีความขัดแย้งอยู่ก็ตาม
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งสัญญาณผ่อนคลายและทำให้ราคาน้ำมันคลายความร้อนแรงลง โดยหุ้น Exxon Mobil ร่วงลง 1.3% และหุ้น ConocoPhillips ดิ่งลง 2.42%
หุ้น Moderna ผู้ผลิตยารายใหญ่ ทะยานขึ้น 16% หลังจากบริษัทตกลงยอมจ่ายเงินสูงถึง 2.25 พันล้านดอลลาร์ เพื่อยุติข้อพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับสิทธิบัตรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการพุ่งขึ้นสู่ระดับ 56.1 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565 จากระดับ 53.8 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.5 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9
ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่
ด้านออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48,000 ตำแหน่ง จากระดับ 11,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)





