บีโอไอ ถกกลุ่มยานยนต์ เตรียมแพ็กเกจหนุนผู้ประกอบการเสนอรัฐบาลใหม่

BOI หารือเอกชนถกทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ถก 2 ข้อเสนอสำคัญ หนุนความต่อเนื่องของมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) การกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศ และการยกระดับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย (Localization) เพื่อเตรียมจัดทำแพ็กเกจสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ เสนอรัฐบาลใหม่

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า วานนี้ (4 มี.ค.) บีโอไอ ได้จัดประชุมหารือกับผู้บริหาร 4 สมาคมหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประกอบด้วย นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA), นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT), นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน เพื่อเตรียมจัดทำมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเป็นระบบ รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และรักษาความเป็นฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของโลก เพื่อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ต่อไป

จากการประชุมครั้งนี้ ภาคเอกชนได้มีข้อเสนอมาตรการ 3 ด้านที่สำคัญ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการสร้างฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่งและยั่งยืน ได้แก่

  1. ความต่อเนื่องของมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ทั้งด้านการลงทุน การผลิต การส่งเสริมการส่งออก และการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง HEV, PHEV และ BEV เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และสามารถรักษาโมเมนตัมของการลงทุนได้อย่างยั่งยืน
  2. การกระตุ้นความต้องการของตลาดรถยนต์ในประเทศ เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ได้ทำให้ตลาดรถยนต์หดตัวอย่างรุนแรงในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถปิกอัพที่เป็นรถเชิงพาณิชย์ และมีผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานจำนวนมากกว่ารถยนต์ประเภทอื่น ภาคเอกชนจึงขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศ เช่น การให้นำค่าใช้จ่ายในการซื้อรถ ไปหักภาษีเงินได้ในอัตราสูงกว่าปกติ หรือมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ รวมทั้งการเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น
  3. การยกระดับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย (Localization) โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาให้แต้มต่อเป็นพิเศษ สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ลดการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ รวมทั้งการผลักดันให้ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น ผ่านมาตรการของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกรมศุลกากร (Free Zone) กรมสรรพสามิต (โครงสร้างภาษีสรรพสามิต) กระทรวงอุตสาหกรรม (หลักเกณฑ์กระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ) และบีโอไอ (มาตรการส่งเสริมการลงทุน)

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยโดย “คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ” (บอร์ดอีวี) ได้ออกมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง HEV, PHEV และ BEV รวมทั้งชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่, มอเตอร์ขับเคลื่อน, อินเวอร์เตอร์ ฯลฯ ตลอดจนมาตรการสนับสนุนให้กลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (xEV) โดยออกแบบมาตรการให้สอดคล้องกับทิศทางการลงทุน และสภาพตลาดของอุตสาหกรรมยานยนต์ในแต่ละ Segment

อีกทั้งยังได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ ซึ่งผลของมาตรการดังกล่าว ได้ทำให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เข้ามาสร้างฐานการผลิตในประเทศ และสามารถพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เติบโต ควบคู่กับฐานอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมได้

นายนฤตม์ กล่าวด้วยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ บีโอไอพร้อมรับฟังข้อเสนอ และทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรการสนับสนุนที่เหมาะสมในทุกมิติ ทั้งด้านการสร้างการเติบโตของตลาดในประเทศ การส่งเสริมการส่งออกไปยังตลาดโลก การรักษาการแข่งขันที่เป็นธรรม การยกระดับและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย สามารถปรับตัวสู่เทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของโลก

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)