
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) หลังจากดีดตัวขึ้นแรงในวันก่อนหน้า ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย และมีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำถูกโจมตีมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 604.83 จุด ลดลง 7.88 จุด หรือ -1.29%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,045.80 จุด ลดลง 121.93 จุด หรือ -1.49%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,815.75 จุด ลดลง 389.61 จุด หรือ -1.61% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,413.94 จุด ลดลง 153.71 จุด หรือ -1.45%
- ดัชนี STOXX 600 ปิดลดลง โดยพลิกกลับจากการปรับตัวขึ้นระหว่างวันซึ่งเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 0.6% โดยดัชนีเพิ่งปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 3 เดือนเมื่อวันพุธ
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกสูงเป็นแรงกดดันหลักต่อดัชนี โดยปรับตัวลง 2.4% ขณะที่หุ้น Siemens Energy ร่วงลงประมาณ 6% ส่วนหุ้นกลุ่มกลาโหม อาทิ หุ้น Rolls-Royce และหุ้น Rheinmetall ต่างร่วงลงมากกว่า 5%
ดัชนีหุ้นกลุ่มการบินและกลาโหมปรับตัวลง 4.2% ซึ่งเป็นการร่วงลงรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านล่วงเข้าสู่วันที่ 6 โดยวุฒิสภาสหรัฐฯ ขัดขวางญัตติที่มุ่งยุติปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันประเทศในอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศเริ่มถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งมากขึ้น และยังไม่เห็นสัญญาณว่าการหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่งทางเรือจะสิ้นสุดลงในเร็ววัน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดต้องกลับมาทบทวนคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้าอีกครั้ง
หุ้นกลุ่มธนาคารลดลง 1.7% ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการลดลง 1.8% และหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลง 3.8% หลังจากราคาโลหะอ่อนตัวลง
นักวิเคราะห์อีกรายกล่าวว่า ตอนนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนควรถอยกลับมาประเมินสถานการณ์ หากยังไม่มีจุดจบของความขัดแย้งที่ชัดเจนและรวดเร็ว ความผันผวนในตลาดก็มีแนวโน้มจะยืดเยื้อไปอีกหลายสัปดาห์
ยุโรปยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อย่างมาก และภาวะอุปทานที่ตึงตัวจากสงครามอาจผลักดันต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งให้สูงขึ้น ในช่วงเวลาที่การเติบโตทางเศรษฐกิจก็อ่อนแรงอยู่แล้ว
ผู้กำหนดนโยบาย 3 คนของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า เงินเฟ้อในยูโรโซนอาจปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลง หากสงครามอิหร่านดึงประเทศอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น
Morgan Stanley คาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมตลอดปี 2569 โดยชี้ถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากความขัดแย้งดังกล่าว
หุ้น Rentokil Initial พุ่งขึ้น 10.7% ซึ่งเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังจากบริษัทกำจัดศัตรูพืชรายนี้รายงานกำไรก่อนหักภาษีที่ปรับปรุงแล้วทั้งปีเพิ่มขึ้น 4%
ขณะที่ DHL บริษัทโลจิสติกส์ของเยอรมนี ร่วงลง 4.6% หลังรายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 ลดลง 1.3% โดยได้รับแรงกดดันจากธุรกิจขนส่งสินค้า
ส่วนหุ้น Nexi ของอิตาลี ร่วงลงหนักสุดถึง 22% ทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ที่สุดของยุโรปในแง่ปริมาณธุรกรรมที่ประมวลผลได้เปิดเผยกลยุทธ์ระยะ 3 ปีเพื่อรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)





