
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ (9 มี.ค.) นำโดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565
- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 54,608.63 จุด ร่วงลง 1,012.21 จุด หรือ -1.82% และหลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีร่วงลง 3,382.63 จุด หรือ 6.08% มาอยู่ที่ระดับ 52,238.21 จุด
- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,075.74 จุด ลดลง 681.55 จุด หรือ -2.65% และ
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,098.70 จุด ลดลง 25.49 จุด หรือ -0.62%
- ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 3.68%
- ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 6.68% ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ประกาศหยุดการซื้อขายสัญญาดัชนี KOSPI 200 เป็นการชั่วคราว
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงคูเวต อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ปรับลดการผลิตน้ำมันภายหลังจากที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ประกาศว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
การประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านไม่ให้ความสนใจต่อคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ประกาศกร้าวว่าเขาจะต้องมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน และยังเคยกล่าวว่าเขาไม่อาจยอมรับให้ โมจตาบา คาเมเนอี ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





