
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (9 มี.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย
- ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 55 ดอลลาร์ หรือ 1.07% ปิดที่ 5,103.7 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
นักวิเคราะห์จาก Kitco Metals กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางนั้น เป็นปัจจัยฉุดราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม เขาคาดการณ์ว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยพยุงราคาทองคำ
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังจากสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เนื่องจากเขาได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านจะอยู่ได้ไม่นาน หากไม่ได้รับการยอมรับจากเขา
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันพุธ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Kitco Metals กล่าวว่า หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจสร้างแรงกดดันให้กับคณะกรรมการเฟด และอาจจะทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงด้วย
ทั้งนี้ การประชุมเฟดครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 มี.ค. โดยตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





