
เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประเมินว่า สงครามกับอิหร่านในช่วง 6 วันแรกได้สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่สหรัฐฯ อย่างน้อย 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขดังกล่าวถูกเปิดเผยในการบรรยายสรุปต่อวุฒิสมาชิกเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) แต่ยังไม่รวมต้นทุนทั้งหมดของสงคราม โดยข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาชี้แจงต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติ หลังจากที่ฝ่ายนิติบัญญัติร้องขอให้มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำสงครามครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลยังเปิดเผยต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า อาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่าประมาณ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐถูกใช้ไปในช่วง 2 วันแรกของการโจมตี
ผู้ช่วยสมาชิกรัฐสภาหลายรายระบุว่า ทำเนียบขาวอาจยื่นคำร้องต่อสภาคองเกรสในเร็ว ๆ นี้ เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการทำสงคราม โดยเจ้าหน้าที่บางรายคาดว่า คำขอดังกล่าวอาจมีมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บางฝ่ายมองว่าตัวเลขดังกล่าวอาจยังต่ำไป
สมาชิกสภาคองเกรสซึ่งอาจต้องพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ ได้แสดงความกังวลว่าสงครามครั้งนี้อาจทำให้คลังอาวุธของกองทัพสหรัฐฯ ลดลง ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกลาโหมกำลังเผชิญความยากลำบากในการเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันกับความต้องการ
ทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล และจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตราว 2,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่านและเลบานอน ขณะที่ความขัดแย้งได้ลุกลามเข้าสู่เลบานอน และส่งผลให้ตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลกเกิดความปั่นป่วน
จนถึงขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยการประเมินต้นทุนของสงครามอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ หรือให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาที่คาดว่าสงครามจะดำเนินต่อไป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนรัฐเคนทักกีเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะสงคราม แต่จะยังคงอยู่ในสมรภูมิเพื่อดำเนินภารกิจให้เสร็จสิ้น
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้พบกับผู้บริหารจากบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหม 7 แห่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เพนตากอนกำลังเร่งเติมเต็มคลังยุทโธปกรณ์
ขณะเดียวกัน สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคเดโมแครตได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าชี้แจงต่อสาธารณะภายใต้คำสาบาน เกี่ยวกับแผนการทำสงครามของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงระยะเวลาที่สงครามอาจดำเนินต่อไป และแผนการจัดการกับอิหร่านหลังการสู้รบสิ้นสุดลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)





