
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 500 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) หลังจากราคาน้ำมันเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นแตะที่ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจว่าการระบายน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ จะสามารถชดเชยภาวะอุปทานชะงักงันครั้งใหญ่ที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางได้หรือไม่
- ณ เวลา 12.14 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ร่วงลง 505 จุด หรือ -1.06% แตะที่ 46,943 จุด
ราคาน้ำมันเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นกว่า 8.88% แตะที่ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงเช้าวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนต่างก็ไม่มั่นใจว่าตลาดมาตรการระบายน้ำมันจะสามารถชดเชยอุปทานที่สูญเสียไปได้หรือไม่ หากการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกตัดขาด
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรลในวันพุธ (11 มี.ค.) เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากสงคราม โดยการระบายน้ำมันจากคลังสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA และมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565
อย่างไรก็ดี IEA ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าปริมาณน้ำมันดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดเมื่อใด โดยระบุว่าการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองจะเป็นไปตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ
ด้าน คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธเช่นกันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 120 วัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)





