หุ้นไทยปิดเช้าบวก 4.21 จุด ดีดสู้ฮอร์มุซระอุน้ำมันพุ่ง ลุ้นภาคบ่ายไปต่อ จับตาสงครามตัวแทน

SET ปิดเช้าที่ 1,411.55 จุด เพิ่มขึ้น 4.21  จุด (+0.30%) ด้วยมูลค่าซื้อขายราว 33,048 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยหุ้นไทยเช้านี้แกว่งบวกสลับลบ แม้เปิดช่วงแรกย่อตัวลงก่อนมีแรงซื้อเข้ามารับ แรงกดดันหลักจากอิหร่านโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันโลกพุ่งใกล้ 100 ดอลลาร์ แม้ IEA จ่อปล่อยน้ำมันสำรอง แต่ตลาดยังกังวลเข้าสู่สภาวะ Proxy Warfare คาดเดายาก แนวโน้มบ่ายคาดตลาดแกว่งในกรอบ แนะเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด ให้กรอบแนวรับ 1,390 จุด และแนวต้าน 1,420 จุด

  • SET ปิดเช้าที่ 1,411.55 จุด เพิ่มขึ้น 4.21 จุด (+0.30%) ด้วยมูลค่าซื้อขายราว 33,048 ล้านบาท
  • การซื้อขายภาคเช้าแกว่งบวกสลับลบ โดยทำจุดต่ำสุด 1,396.85 จุด และจุดสูงสุด 1,414.77 จุด

 

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ช่วงแรกย่อลงในทิศทางเดียวกับตลาดภูมิภาค ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามารับส่งผลให้ตลาดแกว่งบวกสลับลบ แรงกดดันหลักๆ เกิดจากอิหร่านเปิดปฏิบัติการโจมตีเรือหลาลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้แม้จะมีข่าวดีจาก IEA เตรียมปล่อยน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ออกมาในปริมาณ 400 ล้านบาร์เรลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ราคาน้ำมันก็ยังกลับมาพุ่งมาที่บริเวณ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากกังวลความเสี่ยงสงครามในลักษณะ Proxy/Asymmetric warfare หรือสงครามตัวแทน ซึ่งแม้การสู้รบรุนแรงลดลงไปมาก โดยสหรัฐฯ-อิสราเอล ได้ทำลายขีดความสามารถอิหร่านตามแบบแผน แต่ก็จะกลายมาเป็นการสร้างสถานการณ์ไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ ที่คาดเดายากยิ่งกว่า

หุ้นที่กดดันตลาดเช้านี้ ได้แก่ DELTA AOT MINT CPALL BH BDMS หรือแม้แต่ PTTEP ที่ควรเล่นตามราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม เราเริ่มสังเกตุว่ามีการขยับมาซื้อหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC IVL โรงกลั่น TOP SPRC IRPC และพลังงานทดแทนน้ำมันอย่าง BANPU

แนวโน้มช่วงบ่ายนี้ยังต้องติดตามใกล้ชิด เพราะจะเข้าสู่ช่วงกลางวันของทางตะวันออกกลาง หากไม่มีเหตุสุดวิสัยใหม่ๆ เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะยังแกว่งตัวในกรอบได้ โดยให้กรอบแนวรับ 1,390 จุดและแนวต้าน 1,420 จุด

ด้านกลยุทธ์การลงทุน จากความผันผวนของหุ้นโลกที่ลดลง แม้จะยังมีความกังวลอยู่เป็นระยะๆ ตีความได้ว่าในระยะถัดไปนักลงทุนจะกล้ากลับเข้าไปซื้อหุ้นบางตัวมากขึ้น แนะกระจายความเสี่ยงเป็น 3 กลุ่ม

1) กลุ่มราคาลงไปแรงเกินผลกระทบตะวันออกกลางและพื้นฐานยังแกร่ง เช่น PR9, GULF, CPN, KTC และWHA

2) กลุ่มได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันสูง แต่หุ้นยังไม่ตอบรับ เช่น SPRC, TOP, PTT, PTTGC (ใช้ Heaging พอร์ต)

3) กลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบสูงและราคายังไม่ค่อยลง สะท้อนความมั่นใจต่อพื้นฐานและทิศทางกำไร เช่น COM7, TFG, ADVICE และ MRDIYT

สำหรับหุ้นรับผลกระทบตรงๆ จากต้นทุนอย่าง BGRIM GPSC และกลุ่มสายการบิน อย่าง AAV ขอให้เลี่ยงลงทุนไปก่อน

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

  • PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,578.49 ล้านบาท ปิดที่ 34.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
  • DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,998.61 ล้านบาท ปิดที่ 258.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
  • PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,939.09 ล้านบาท ปิดที่ 143.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
  • KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,610.14 ล้านบาท ปิดที่ 188.00 บาท ลดลง 1.50 บาท
  • BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,199.46 ล้านบาท ปิดที่ 18.50 บาท ลดลง 0.20 บาท

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)