เที่ยวไทยยังแกร่ง! แม้ตอ.กลางกดดัน ททท. เร่งเครื่องเชิงรุกรักษาโมเมนตัม ห่วงราคาน้ำมันฉุดกำลังซื้อ

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวสะสมในช่วงต้นเดือนมี.ค. 69 ซึ่งสะท้อนภาพรวมการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ยังคงมีความต่อเนื่องแม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก โดยยืนยันว่าตัวเลขนักท่องเที่ยว “ยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดีและไม่มีการชะลอตัวอย่างรุนแรง” โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากภูมิภาคยุโรป และตะวันออกกลาง เดินทางมาประเทศไทย 304,714 คน ลดลง 16% จากแนวโน้มการเดินทางปกติ ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป ลดลง 14% โดยเป็นกลุ่มที่มีเส้นทางบินผ่านตะวันออกกลาง สำหรับนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง ลดลง 55% หรือคิดเป็นจำนวน 7,490 คน ในจำนวนนี้ส่วนมาก คิดเป็น 77% เป็นนักท่องเที่ยวอิสราเอล เนื่องจากตลาดภูมิภาคตะวันออกกลางที่เป็นประเทศมุสลิมอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน จึงมีการเดินทางไม่มากนักเป็นปกติ

ทั้งนี้ ข้อมูลภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-11 มี.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมแล้วจำนวน 7,489,983 คน (แม้จะลดลง 4.40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 68 ด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง) โดยช่วงต้นปี มียอดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยวันละกว่าแสนคน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศแล้วกว่า 368,172 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ราคาน้ำมัน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อไปอีก 2-3 เดือน อาจกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Z ที่อ่อนไหวต่อราคา

สำหรับการดำเนินงานเชิงรุก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เร่งรักษา Momentum ผ่านกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น Amazing Thailand Post-ITB Roadshow 2026 ในภูมิภาคยุโรปตะวันออก เริ่มที่เมืองปอซนาน (Poznan) โปแลนด์ เพื่อเจาะตลาดดาวรุ่งคุณภาพที่มีวันพักเฉลี่ยยาวถึง 14 วัน และเตรียมเปิดบินตรงวอร์ซอ-กรุงเทพฯ กับสายการบิน LOT Polish Airlines ในเดือนตุลาคมนี้ เพิ่มที่นั่งอีกกว่า 88,000 ที่นั่ง เพื่อทดแทนตลาดที่ชะลอตัว

นอกจากการบุกยุโรปแล้ว ททท. ยังเดินสายส่งเสริมการท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นตลาดระยะใกล้และรักษาความร้อนแรงของตลาดจีน ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการนำเสนอแคมเปญใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัว

ล่าสุด สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัด (เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี) ชูอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นจุดขายใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

“ตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 7.4 ล้านคน เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่นักท่องเที่ยวยังคงมีต่อประเทศไทย แม้มีปัจจัยราคาน้ำมันและภูมิรัฐศาสตร์ท้าทาย อย่างไรก็ดี กระทรวงฯ มีการปรับแนวทางให้มีการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านโครงการ เที่ยวไทย ช่วยไทย ซึ่งจะช่วยรักษาเป้าหมายรายได้ของประเทศไว้ได้ตามแผน” น.ส.นัทรียา กล่าว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)