
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.15 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาด
เย็นวานนี้ที่ระดับ 31.85 บาท/ดอลลาร์
เช้านี้เงินบาทอ่อนค่าเทียบท้ายตลาด เคลื่อนไหวทิศทางเดียวสกุลเงินในภูมิภาค ตลาดยังคงกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/68 ของสหรัฐฯ ส่วนในภาพรวมยังต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 32.00 – 32.30 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.25 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 158.73 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1560 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 31.873 บาท/ดอลลาร์
- “ศุภจี” สั่งตั้งคณะทำงานพิเศษเกาะติดสหรัฐฯ หลังเริ่มกระบวนการตรวจสอบประเทศคู่ค้าภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ปมกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง มีปลัดพาณิชย์ เป็นประธาน อธิบดีทุกกรมเป็นคณะทำงาน เพื่อแก้ต่างและชี้แจงสหรัฐฯ
- ผู้ส่งออกข้าวโอดตลาดข้าวตะวันออกกลางหมื่นล้านระส่ำภัยสงคราม ออเดอร์ใหม่ชะงัก ออเดอร์เก่าส่งต่อไม่ได้ ค่าขนส่งพุ่ง 30% เพราะมีสงครามและปิดช่องแคบยิงเรือไทย ขณะที่ “ศุภจี” สั่งตั้งคณะทำงานรับมือสหรัฐฯเปิดไต่สวน 301 คู่ค้า 16 ประเทศ รวมถึงไทย
- นักเศรษฐศาสตร์ คาดปิดช่องแคบฮอร์มุซ 3 เดือน ดันน้ำมันดิบเบรนท์สูงสุด 164 ดอลลาร์ PTG ชี้ความต้องการน้ำมันสำเร็จรูป พุ่งเท่าตัวทำให้บางปั๊มขาดแคลน พร้อมเพิ่มปริมาณสำรองเป็น 3% ตามนโยบายรัฐบาล “พาณิชย์” ตรึงราคาสินค้าถึง 17 มี.ค.
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าการทำสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัอเมริกาและอิสราเอล จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนมีความหวังน้อยลงว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากสงคราม
อิหร่านได้ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ - นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ซึ่งรวมถึง ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรง
งาน (JOLTS) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน - การประชุมนโยบายการเงินของเฟดจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ โดยแม้ข้อมูลล่าสุดจะบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังอยู่ภายใต้การควบคุม แต่สงครามในอิหร่านที่ดำเนินมา 13 วันและการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบยังไม่ถูกรวมเข้าไปในข้อมูล นอกจากนี้ แม้มีการคาดการณ์ว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้ แต่นักลงทุนจะจับตารายงานคาดการณ์เศรษฐกิจครั้งใหม่ในการประชุมรอบนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าคณะกรรมการเฟดจะประเมินเงินเฟ้อในทิศทางใด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)





