อาเซียนประชุมนัดพิเศษวันนี้ รับมือวิกฤตตะวันออกกลางระอุ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างกลายเป็นประเด็นหลักในการหารือของที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (Asean Economic Ministers’ Retreat) ในวันนี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศเตรียมจัดประชุมนัดพิเศษผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันเดียวกัน เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการรับมือของภูมิภาคต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่สองและยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง

แด็กซ์ อิมพีเรียล โฆษกกิจการต่างประเทศกลุ่มอาเซียนประจำปี 2569 เปิดเผยว่า การประชุมรมว.ต่างประเทศในวันนี้จะครอบคลุมถึงท่าทีและแนวทางการตอบสนองของอาเซียนต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยจะมีการแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทราบภายหลังการประชุม รวมถึงการออกแถลงการณ์จากรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการเพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดแนวทางตอบโต้ต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการหยุดชะงักของระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเส้นทางการค้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก

อัลลัน เกปตี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของฟิลิปปินส์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ภูมิภาคไม่สามารถเพิกเฉยต่อผลกระทบของวิกฤตนี้ที่มีต่อภาวะเงินเฟ้อและการจ้างงานได้

“เป็นเรื่องสำคัญมากที่การดำเนินการและการรับมือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของพวกเราจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน” เกปตีกล่าว

ขณะนี้ หลายประเทศในอาเซียนเริ่มดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อรับมือกับผลกระทบแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ประกาศลดวันทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง และประธานาธิบดีได้ขออำนาจจากรัฐสภาในการระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า ขณะที่เมื่อต้นเดือนนี้ ไทยได้สั่งระงับการส่งออกพลังงานไปยังทุกประเทศ ยกเว้นลาวและเมียนมา

ด้านไอรีน ดุมเลา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของฟิลิปปินส์ กล่าวในการแถลงข่าวนอกรอบการประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนปี 2569 ว่า ขณะนี้อาเซียนกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางมีแรงงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 1 ล้านคน

ความขัดแย้งครั้งนี้ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ภายหลังปฏิบัติการทางทหารร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เพื่อโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การตอบโต้ด้วยอาวุธอย่างรุนแรงจากฝั่งอิหร่าน ซึ่งปัจจุบันได้ขยายวงกว้างเป็นการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านแถบอ่าวเปอร์เซีย อาทิ กาตาร์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)