
บรรษัทน้ำมันแห่งเนปาล (NOC) ออกคำสั่งให้โรงงานบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หรือก๊าซหุงต้ม จำหน่ายก๊าซในปริมาณ “ครึ่งถัง” แก่ผู้บริโภค เพื่อป้องกันการแห่ซื้อกักตุน
มาตรการใหม่นี้จะครอบคลุมทั้งผู้ใช้งานในครัวเรือน โรงแรม และร้านอาหาร โดย NOC ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและป้องกันปัญหาขาดแคลน แม้ว่าการนำเข้าก๊าซจะยังไม่ได้รับผลกระทบก็ตาม
คณะกรรมการบริหารของบรรษัทน้ำมันแห่งเนปาลได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ซึ่งเป็นการนำมาตรการเดียวกับที่เคยใช้ในช่วงวิกฤตพลังงานเมื่อปี 2558 และ 2563 กลับมาใช้ใหม่ โดยในขณะนั้นเนปาลประสบภาวะขาดแคลนก๊าซหุงต้มอย่างหนัก
NOC ยืนยันว่า การจัดส่งก๊าซจากอินเดียยังคงเป็นปกติ แต่กระแสการแห่ซื้อด้วยความตื่นตระหนก (Panic Buying) ในเขตหุบเขากาฐมาณฑุเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น จนปรากฏเป็นภาพแถวยาวเหยียดตามจุดจำหน่ายก๊าซ หลังจากร้านขายของชำในพื้นที่ไม่สามารถจัดหาก๊าซมาจำหน่ายได้เพียงพอ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักของโลก
มาโนจ กุมาร ฐากูร รองผู้อำนวยการบรรษัทน้ำมันแห่งเนปาล เปิดเผยว่า “เจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรมและบรรษัทได้ร่วมหารือกันหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ไม่สามารถหาซื้อก๊าซได้มานานหลายสัปดาห์ จึงตัดสินใจให้จำหน่ายก๊าซในปริมาณ 7.1 กิโลกรัม มีผลตั้งแต่วันศุกร์นี้เป็นต้นไป แทนปริมาณปกติที่ 14.2 กิโลกรัม” พร้อมเน้นย้ำว่ามาตรการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันการกักตุน
ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 10 มี.ค. ระบุว่า เนปาลได้รับก๊าซ LPG นำเข้าแล้ว 45,000 ตัน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการใช้ก๊าซของประเทศที่อยู่ราว 45,000-46,000 ตันต่อเดือน
จากรายงานการสำมะโนประชากร พบว่าในบรรดาครัวเรือน 6.66 ล้านครัวเรือนทั่วเนปาล มีผู้ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง 51% ขณะที่ 44.3% พึ่งพาก๊าซ LPG โดยเฉพาะในจังหวัดบากมาตีซึ่งรวมถึงหุบเขากาฐมาณฑุ มีสัดส่วนการใช้ก๊าซหุงต้มสูงสุดที่ 69.8%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)





