ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าร่วง หวั่นราคาน้ำมันพุ่งทำเงินเฟ้อสูง-ฉุดศก.โลกชะลอตัว

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (13 มี.ค.) เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า สถานการณ์ตึงเครียดที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางจะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกเผชิญภาวะชะงักงัน และส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 53,786.40 จุด ลดลง 666.56 จุด หรือ -1.22% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,593.25 จุด ลดลง 123.51 จุด หรือ -0.48% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,120.14 จุด ลดลง 8.97 จุด หรือ -0.22%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.4% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.1%

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 9.22% ปิดที่ระดับ 100.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ซึ่งเป็นการปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2565 หลังจาก โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อเป็นเครื่องมือในการกดดันศัตรู พร้อมกับเตือนว่าฐานทัพของสหรัฐอเมริกาทั้งหมดในตะวันออกกลางควรถูกปิดโดยทันที เพราะฐานทัพเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี หากยังคงเปิดทำการ

ด้านคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในขณะนี้ แต่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่จะสามารถคุ้มกันได้ภายในสิ้นเดือนนี้

ขณะที่ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกำลังส่งผลให้อุปทานน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงันครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ พร้อมระบุว่า ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซียได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยรวมลงอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกือบ 10% ของความต้องการใช้ทั่วโลก

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)

ข่าวล่าสุด