
เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยผ่านทางเอ็กซ์ (X) ในวันนี้ (13 มี.ค.) ว่า รัฐบาลออสเตรเลียได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีภารกิจจำเป็นในเลบานอนเดินทางออกจากประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคเลวร้ายลง
อย่างไรก็ตาม หว่องระบุว่า ยังคงมีเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียบางส่วนประจำอยู่ในประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่ชาวออสเตรเลีย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) หว่องเพิ่งโพสต์ข้อความว่า รัฐบาลได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีภารกิจจำเป็นในอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เดินทางออกจากประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียที่มีภารกิจจำเป็นจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละประเทศต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชาวออสเตรเลียที่ต้องการการสนับสนุนจากทางการ
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานทางการทูตของออสเตรเลียในอาบูดาบี ดูไบ และเทลอาวีฟ ต้องปิดทำการชั่วคราว อีกทั้งรัฐบาลได้สั่งให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่การทูตในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิสราเอลเดินทางออกจากพื้นที่แล้ว
หว่องเสริมว่า “การโจมตีที่เป็นอันตรายและสั่นคลอนเสถียรภาพของอิหร่าน ทำให้ชีวิตของพลเรือนรวมถึงชาวออสเตรเลียตกอยู่ในความเสี่ยง โดยเรายังคงให้ความช่วยเหลือชาวออสเตรเลียที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่เที่ยวบินพาณิชย์ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดเริ่มกลับมาให้บริการ และเราได้ขยายการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุล”
ทั้งนี้ มีชาวออสเตรเลียมากกว่า 3,200 คนเดินทางออกจากตะวันออกกลางแล้วผ่านเที่ยวบินพาณิชย์ 23 เที่ยวบิน ขณะที่ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง มีพลเมืองออสเตรเลียราว 115,000 คนพำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)





