BAY ลุ้นบาทสัปดาห์นี้แตะ 32.70 จับตาสงครามตอ.กลาง-ประชุมธนาคารกลางประเทศหลัก

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.29 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.45-32.39 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยตลาดผันผวนสูงหลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจจบเร็ว

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง แม้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศปล่อยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นการระบายครั้งใหญ่ที่สุด เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ ปริมาณดังกล่าวเทียบกับการระบาย 183 ล้านบาร์เรลในปี 65 หลังรัสเซียรุกรานยูเครน แต่ปริมาณ 400 ล้านบาร์เรลนี้ คิดเป็นราว 4 วันของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกต่อวันเท่านั้น โดยช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านน้ำมันทางเรือกว่า 20% ของโลก หรือราว 20 ล้านบาร์เรล/วันยังถูกปิดต่อไป

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้น และพันธบัตรไทยสุทธิ 20,036 ล้านบาท และ 15,779 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ BAY มองว่า ตลาดจะติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค. 69 นักลงทุนจะให้ความสนใจกับประมาณการดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงาน ท่ามกลางความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์

อนึ่ง จากแนวโน้มตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในปัจจุบัน เราประเมินว่า เฟดอาจกังวลเรื่องเงินเฟ้อน้อยกว่าฝั่งยุโรป โดยคาดว่าวงจรดอกเบี้ยขาลงของเฟด จะยังดำเนินต่อไปในระยะข้างหน้า สวนทางกับอีซีบี ซึ่งอาจสิ้นสุดวัฏจักรการลดดอกเบี้ยไปแล้ว บริบทนี้อาจช่วยจำกัดแรงซื้อเงินดอลลาร์ ตราบใดที่ราคาพลังงานไม่ทะยานขึ้นจากระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ

ในภาพรวม BAY ตั้งข้อสังเกตว่า สกุลเงินจะได้รับแรงหนุนจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนต่อทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ มักถูกมองว่าเป็นลบต่อค่าเงิน และหากภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) รุนแรงมากขึ้น ค่าเงินอาจได้รับอานิสงส์อย่างจำกัด จากระดับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)