
อีลอน มัสก์ ซีอีโอของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และเทสลา (Tesla) เปิดเผยว่า ทั้งสองบริษัทจะยังคงสั่งซื้อชิปจากอินวิเดีย (Nvidia) ในปริมาณมากต่อไป พร้อมกับเดินหน้าพัฒนาชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของตนเองควบคู่กัน
มัสก์ระบุว่า เทสลากำลังพัฒนาชิป AI5 ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับหุ่นยนต์ Optimus และบริการรถไร้คนขับ robotaxi โดยชิปดังกล่าวถูกมองว่าจะมีประสิทธิภาพสูงเกินขนาด
ขณะเดียวกัน เทสลายังเร่งผลักดันแผนพัฒนาโปรเซสเซอร์ AI ภายในบริษัท ทั้ง AI5 และ AI6 อย่างต่อเนื่อง และได้ทำข้อตกลงมูลค่า 1.65 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐกับซัมซุง (Samsung) ในช่วงกลางปี 2568 เพื่อผลิตชิป AI ของตนเอง
ก่อนหน้านี้ มัสก์ระบุว่า การออกแบบ AI5 ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แม้มีรายงานว่าการผลิตในระดับอุตสาหกรรมอาจล่าช้าไปจนถึงช่วงกลางปี 2570 ขณะที่โครงการ Terafab ซึ่งมีเป้าหมายในการผลิตชิป AI มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 21 มี.ค.
แม้จะเร่งพัฒนาชิปของตนเอง แต่เทสลายังคงใช้ชิปของอินวิเดียสำหรับงานด้าน AI และมัสก์ได้ยุติโครงการ Dojo ซึ่งเป็นศูนย์ประมวลผลของบริษัทไปเมื่อปีที่แล้ว
ด้าน xAI สตาร์ตอัปด้าน AI ของมัสก์ที่เพิ่งถูกรวมเข้ากับสเปซเอ็กซ์ ได้ใช้ชิปของอินวิเดียในการฝึกโมเดล Grok AI โดยศูนย์ประมวลผล Colossus ในเมืองเมมฟิสก็ใช้ชิปตระกูล H และ Blackwell ของอินวิเดียเป็นหลัก
มัสก์มองว่า AI และหุ่นยนต์จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตครั้งใหม่ของเทสลา โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของบริษัทลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี
นอกจากนี้ มัสก์ยังระบุว่า สเปซเอ็กซ์ซึ่งมีแผนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ครั้งใหญ่ในปีนี้ มีแนวคิดที่จะสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศอีกด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มี.ค. 69)





