
นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ที่ปรับตัวลงแรง จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และกลุ่มฮูตีได้มีการประกาศเข้าร่วมสงครามกับอิหร่าน ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกลางตึงเครียดมากขึ้น ราคาน้ำมันปรับขึ้นเหนือ 100 ดออลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ พร้อมให้แนวต้าน 1,450-1,460 จุด แนวรับ 1,420-1,430 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้าวันนี้ที่เปิดมาปรับตัวลงแรง จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่อง อีกทั้งมีการประกาศจากกลุ่มฮูตีเข้าร่วมสงครามกับอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลในสถานการณ์ตะวันออกลางที่จะตึงเครียดมากขึ้น
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบก็ปรับขึ้นมาในระดับเหนือกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทำให้เกิดความกังวลผลกระทบที่จะตามมาต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทำให้ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันต่อ Sentiment ของตลาดหุ้น
โดยให้แนวต้าน 1,450-1,460 จุด แนวรับ 1,420-1,430 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (27 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,166.64 จุด ลดลง 793.47 จุด หรือ -1.73% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,368.85 จุด ลดลง 108.31 จุด หรือ -1.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,948.36 จุด ลดลง 459.72 จุด หรือ -2.15%
– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วง ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 52,054.68 จุด ลดลง 1,318.39 จุด หรือ -2.47%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,532.85 จุด ลดลง 419.03 จุด หรือ -1.68% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,884.28 จุด ลดลง 29.44 จุด หรือ -0.75%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (27 มี.ค.) 1,447.05 จุด เพิ่มขึ้น 4.13 จุด (+0.29%) มูลค่าซื้อขาย 63,398.39 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (27 มี.ค.) 3,292.71 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.(27 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 5.16 ดอลลาร์ หรือ 5.46% ปิดที่ 99.64 ดอลลาร์/บาร์เรล และเช้านี้ พุ่งขึ้น 3.13 ดอลลาร์ หรือ 3.14% แตะที่ระดับ 102.77 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ โดยปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (27 มี.ค.) อยู่ที่ 35.37 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 32.98 แนวโน้มอ่อนค่า ลุ้นทดสอบ 33.00 เกาะติดสงครามตอ.กลาง-ตัวเลขศก.สหรัฐ
– สงครามตะวันออกกลาง 1 เดือน กระทบทั้งโลก ตลาดน้ำมันปั่นป่วนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ “คูเวต-อิรัก” ลดเพดานผลิตหลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันหายไปวันละ 20 ล้านบาร์เรล ปุ๋ยขาดแคลน กระทบเกษตรกรทั่วโลก จับตากลุ่มฮูตีร่วมโจมตีตอบโต้กับอิหร่าน วัดใจทรัมป์ส่งทหารราบไปตะวันออกกลาง เปิดฉากทัศน์สหรัฐยึดเกาะเกชม์ เกาะคาร์ก ทำลายศักยภาพของอิหร่าน
– ผู้ผลิตสินค้าประสานเสียง ห่วงวัตถุดิบขาดแคลนมากกว่าราคาพุ่ง “มาม่า โคคา-โคล่า ออรัล-บี เฮอร์ไฮเนส” อาหารหมา-แมว “โรยัล คานิน” ย้ำไม่มีแผนปรับราคาระยะอันใกล้ ระบุมีสต็อกต้นทุนเดิม 1-3 เดือน ส่วนน้ำมันขึ้น 6 บาท ต้นทุนขนส่งเพิ่มทันที เดินหน้างัดทุกมาตรการบริหารจัดการภายใน สกัดการผลักภาระให้ผู้บริโภค
– อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยวิกฤติหนักรอบ 40 ปี “ฮอร์มุซป่วน” ฟีดสต็อกขาดต้นทุนพุ่ง เสี่ยงสึนามิราคาเขย่าปลายน้ำช่วงเดือน เม.ย.นี้ ส.อ.ท.กางแผนฝ่าวิกฤติผลกระทบนำเข้าแนฟทา โรงงานลดกำลังผลิต 30% ดันต้นทุนพุ่ง 50% ชูแนวคิด “Domestic First” ให้ลูกค้าในประเทศก่อน ยืนยันไม่กักตุน ไม่ฉวยขึ้นราคา
– คลังเก็บรายได้หืดจับ ลดภาษีน้ำมันเพิ่มความเสี่ยง “เอกนิติ” มอนิเตอร์หน่วยงานจัดเก็บใกล้ชิด ลุ้นนิติบุคคลยื่น ภ.ง.ด. 50 ช่วง พ.ค.-มิ.ย.นี้ ห่วงรายได้ไม่เข้าเป้า หลังมีสัญญาณ “ภาษีธุรกิจใหญ่” วูบแรง ตลท.ชี้ผลประกอบการ บจ.อ่อนแอ “ขุนคลัง” ไม่อยากกู้ กังวลดันหนี้สาธารณะพุ่ง สะเทือนฐานะการคลัง หวั่นถูกหั่นเครดิตประเทศ ออก พ.ร.บ.โอนงบฯมาโปะได้กว่า 1-2 แสนล้าน EIC หนุนเลิกตรึงน้ำมันช่วยลดเสี่ยงถูกหั่นเครดิต จับตามาตรการ “ลดภาษีน้ำมัน” สะเทือนรายได้รัฐ
– “อนุทิน” เตรียมแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย. พร้อมบรรจุแผน “Thailand 10 Plus” รับมือภัย 4 ด้าน ภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม ด้าน “โสภณ” นัดประชุมสภาฯ 1-2 เม.ย. จับตาถก 14 ญัตติแรก ให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาปัญหาช้างคุ้มครองแรงงานอิสระ-โละกฎหมายล้าสมัย-ยุบส่วนราชการ-จัดการภัยพิบัติ
– สื่อนอกฮือฮา “อนุทิน” บรรลุข้อตกลง “อิหร่าน” อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันไทยแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ล่าสุดกบฎฮูตีขู่ปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่รุนแรงเท่าช่วง “อาหรับสปริง” ที่ลากยาวเป็นปี น้ำมันดิบทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดภาษีดีเซลเหลือ 0%
– สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) หรือ “สมาคม บลจ” ผลักดัน 3 แนวทางสำคัญ หนุนตลาดหุ้นไทย ทั้งดันกองทุน Thai ESG เข้าโครงการ TISA ขอขยายวงเงินลดหย่อนภาษีเป็น 1 ล้านบาท และเสนอเปิดทางต่างชาติที่พำนักระยะยาวในไทย เข้าลงทุนในตลาดหุ้นหวังดึงเม็ดเงินใหม่กว่า 1 ล้านล้านบาท ใน 2 ปี มองหุ้นไทยมูลค่าน่าสนใจกว่าตลาดสหรัฐฯ ประเมินดัชนีฯ มีโอกาสขึ้นมา 1,600 จุด
– ภาพรวมตลาดสินเชื่ออุปโภค บริโภคไทยปี 2569 โดยรวมจากการประเมินของ “ทริสเรทติ้ง” คาดว่ายังคงเติบโตได้อย่างจำกัด จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า รายได้ครัวเรือนที่ยังเปราะบาง และนโยบายสินเชื่อที่เข้มงวดของผู้ประกอบการ โดยคาดว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเติบโต 3.0% ในปี 2569 เร่งขึ้นจาก 0.7% ในปีก่อน อย่างไรก็ดี สัดส่วนการเบิกเงินสดล่วงหน้า ที่ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 8.4% สะท้อนความเปราะบางทางการเงินของผู้บริโภคที่ยังดำเนินอยู่
– PTTEP (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus 152.23 บาท สงครามสรหัฐฯ-อิหร่านเดินหน้าเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 โดยล่าสุดมีสัญญาณบยมากขึ้นหลังกลุ่มกบฎฮูตียิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลและประกาศเข้าร่วมสงครามหนุนราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด Brent อยู่ที่ 115 เหรียญ/บาร์เรล ยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ราคาพลังงานมีแนวโน้ม Higher-for-Longer ทำให้แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งแรกปี 69 จนถึงปี 69 ของ PTTEP ดีกว่าคาดและมี Upside โดยเริ่มเห็นตลาดปรับปรุมาณการขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุกๆ 1 เหรียญ/บาร์เรล จะหนุนกำไรของ PTTEP เพิ่มขึ้นราว 1.5%+-
– BBGI (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 5.45 บาท ประเมินรับ Sentiment บวก จากความต้องการพลังงานทดแทน (ไบโอดีเซล+เอทานอล) จากสถานการณ์อุปทานน้ำมัน ภาครัฐฯปรับสูตรไบโอดีเซลขึ้นเป็นไบโอดีเซล บี7 และมีแผนส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล บี10-บี20 เพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน +กำหนดราคาแก๊สโซฮอล์ E20 ให้ต่ำกว่า E10 เพื่อจูงใจให้ใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น หนุนปริมาณการใช้น้ำมันไบโอดีเซลและเอทานอล Valuation ยังมี Upside Forward PE 11.6 เท่า (ยังต่ำกว่า 1 SD ที่ +/-13 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้โต +86% YoY
– NER(คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.64 บาท เก็งกำไรตาม Sentiment จากราคายางที่ดีขึ้น QoQ โดย ราคายางในปัจจุบันเทียบกับ ณ สิ้นปี 68 อิง SICOM, TSR20 อยู่ที่ 198 cent/kg. +10% / RSS3 อยู่ที่ 239 cent/kg +11% ส่วนการดำเนินงานช่วงปี 2569 นี้ ทาง NER ตั้งเป้ารายได้ที่ 3.2 หมื่นลบ. +6%YoY หนุนด้วยราคายางที่ฟื้นตัว ขณะที่ โรงงานใหม่ที่เสร็จปลายไตรมาส 4/68 ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 8.7 แสนตัน ทั้งนี้ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ NER จะอยู่ที่ 1,902 ลบ.(+1%YoY) และ 2,223 ลบ.(+17%YoY) ตามลำดับ มี Dividend Yield สูงที่ 7-10% ต่อปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)





