
คู ยุน-ชอล รัฐมนตรีคลังของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาขยายมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์ให้ครอบคลุมถึงประชาชนทั่วไป หากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่มีต่อการจัดหาพลังงานของเกาหลีใต้
รัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้ระบุว่า รัฐบาลกำลังทบทวนความเป็นไปได้ในการขยายข้อจำกัดดังกล่าวไปยังภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือจากประชาชน พร้อมกับคาดหวังว่าสงครามจะยุติในเร็ววัน เพื่อที่รัฐบาลจะไม่ต้องใช้มาตรการดังกล่าว
ปัจจุบัน เกาหลีใต้ได้บังคับใช้มาตรการจำกัดการขับขี่กับข้าราชการ โดยจำกัดความถี่ในการนำรถยนต์เข้าอาคารของรัฐตามเลขท้ายทะเบียนรถ ซึ่งการขยายข้อจำกัดนี้ไปยังภาคเอกชนจะถือเป็นการดำเนินการครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 2534 นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อภาวะวิกฤตพลังงานที่กำลังคุกคามระบบเศรษฐกิจ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ เรียกร้องให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการขับรถยนต์ส่วนตัว พื่อหลีกเลี่ยงการขาดแคลนพลังงาน ในขณะที่ความขัดแย้งในอิหร่านยังคงยืดเยื้อ
เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่และผู้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ความขัดแย้งในอิหร่านยังเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของเกาหลีใต้ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง
ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 3.7% แตะระดับ 116.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันนี้ (30 มี.ค.) หลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตี “เป้าหมายทางทหารที่สำคัญ” ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกของกลุ่มฮูตีนับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม โดยระบุว่าการโจมตีทางทหารต่ออิสราเอลครั้งนี้เป็น “สิทธิอันชอบธรรม” ในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่า “การรุกรานอย่างโหดร้ายของสหรัฐฯ และอิสราเอล” ต่ออิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)





