ปชป.เตรียมยื่นญัตติด่วนแก้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ ชี้ยอดจองโรงแรมสงกรานต์ลดฮวบ

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง สถานการณ์วิกฤตฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลต่อปัญหาสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ซึ่งฝุ่นพิษนี้ไม่เพียงแต่กระทบสุขภาพฉับพลันเท่านั้น แต่ยังเป็น “ภัยเงียบ” ที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาต่อสุขภาพของคนไทยในระยะยาวหากไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ

นางการดี เปิดเผยว่า วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ซึ่งข้อมูลจากหอการค้าและการท่องเที่ยวภาคเหนือ พบยอดจองโรงแรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ลดลงแล้วกว่า 50% เนื่องจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียและจีนที่มักจองล่วงหน้าเพียง 2-3 สัปดาห์ เริ่มตัดสินใจไม่เดินทางมาเพราะกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและจุดความร้อน (Hotspot) ของ GISTDA เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบข้อบ่งชี้ที่น่าตกใจว่า ฝุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากกลุ่มการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน (Cross-border) ตามที่เคยเข้าใจ แต่ตัวเลขวันนี้ชี้ชัดว่าจุดความร้อนกระจุกตัวอยู่ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นางการดี ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตถึงทฤษฎีผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมันในฤดูกาลเก็บเกี่ยว ที่อาจทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการเผาในพื้นที่ เพื่อกำจัดขยะทางการเกษตรและเปลี่ยนพืชเพาะปลูกแทนการใช้เครื่องจักร ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบและหาทางออกอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้( 1 เม.ย.) พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้ง “คณะกรรมาธิการวิสามัญ” เร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นใน 4 มิติหลัก คือ

1.มิติด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

2.มิติด้านการเกษตร การบริหารจัดการขยะเกษตรและต้นทุนพลังงาน

3.มิติด้านสุขภาพ การดูแลรักษาและป้องกันโรคเรื้อรังจากฝุ่น

4.มิติด้านเศรษฐกิจ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและภาพรวมเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ

“คุณภาพอากาศควรเป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน เราต้องการให้ลูกหลานและพ่อแม่ของเราเติบโตในคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่ต้องอยู่บนความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรจากฝุ่นพิษ พรรคประชาธิปัตย์จึงขอผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นนโยบายหลักเพื่อความยั่งยืนของประเทศต่อไป” นางการดี กล่าว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)