
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (2 เม.ย.) โดยตลาดพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบหลังจากที่เปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งสวนทางกับที่เขาได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ว่าสงครามครั้งนี้ใกล้จะยุติลง
- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 52,731.94 จุด ลดลง 1,007.74 จุด หรือ -1.88%
- ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,017.23 จุด ลดลง 276.80 จุด หรือ -1.09%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,927.60 จุด ลดลง 20.95 จุด หรือ -0.53%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลง 4.25% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในบรรดาดัชนีหุ้นเอเชีย ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 1.11% ซึ่งพลิกร่วงลงหลังจากที่เปิดตลาดในแดนบวก
ทรัมป์แถลงต่อชาวอเมริกันเพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำสงครามอิหร่านในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยเขาคาดการณ์ว่า สงครามจะดำเนินต่อไปอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่ก็ถือว่าสงครามใกล้จะสิ้นสุดแล้ว นอกจากนี้ ทรัมป์ได้กล่าวยกย่องความสำเร็จของยุทธการของสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ “Operation Epic Fury” และยังได้เน้นย้ำในสิ่งที่เขาเคยพูดมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่า สงครามจะดำเนินต่อไปอีกไม่นานนัก
อย่างไรก็ดี ก่อนจบการแถลง ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน “อย่างหนักหน่วง” ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งดับความหวังของบรรดาผู้ที่ต้องการให้ความขัดแย้งลดระดับลงในเร็ววัน
“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วงในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะทำให้พวกเขากลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาควรอยู่” ทรัมป์กล่าว
คำแถลงดังกล่าวของทรัมป์ทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามอาจจะยืดเยื้อ และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงเช้าวันนี้ด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 69)





