สิงคโปร์เพิ่มสนับสนุนค่าครองชีพ-ช่วยกลุ่มกระทบหนัก หลังวิกฤตตอ.กลางพ่นพิษ

สิงคโปร์ประกาศยกระดับมาตรการสนับสนุนภาคครัวเรือน และการช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงแก่ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่สั่นสะเทือนระบบพลังงานของประเทศ ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก

นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง เปิดเผยในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (2 เม.ย.) ว่า ตนได้เรียกประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีวิกฤตการณ์ภายในประเทศ (Homefront Crisis Ministerial Committee) เพื่อประสานงานการตอบสนองในระดับชาติ โดยมี เค ชันมูกัม รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน และกัน กิม ยอง รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา

“ในขณะนี้ เรายังคงสามารถจัดการกับการหยุดชะงักที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันได้” นายหว่องกล่าว พร้อมเสริมว่า โรงกลั่นน้ำมันและบริษัทเคมีภัณฑ์ต่าง ๆ กำลังปรับลดกำลังการผลิตลง และเริ่มจัดหาน้ำมันดิบรวมถึงวัตถุดิบจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง

ทางด้านผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กำลังเร่งจัดหาแหล่งก๊าซทางเลือกจากผู้ผลิตทั่วโลก โดยนายหว่องระบุว่า สิงคโปร์จะกระชับความร่วมมือกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้า LNG หลักกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ และจะทำงานร่วมกับนิวซีแลนด์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเส้นทางการขนส่งสินค้าจำเป็นและอาหารให้เปิดกว้าง

สำหรับมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่เดิม ซึ่งรวมถึงมาตรการเงินคืนเพื่อชดเชยค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามที่เคยประกาศไว้ในงบประมาณปี 2569 จะได้รับการยกระดับให้ครอบคลุมมากขึ้น และบางส่วนจะถูกนำมาบังคับใช้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม นอกจากนี้ รัฐบาลจะมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมแบบเฉพาะกลุ่มให้แก่ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ย้ำว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะคงอยู่ต่อไป แม้ว่าอาจมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเร็ว ๆ นี้ก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ได้รับความเสียหายอาจต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะกลับมาดำเนินการได้เต็มกำลังการผลิตอีกครั้ง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 69)