
สำนักงานสถิติแห่งชาติตุรกีรายงานในวันนี้ (3 เม.ย.) ว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีของตุรกีประจำเดือนมี.ค. ชะลอตัวลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ประเมินไว้ แม้ประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสงครามในอิหร่าน
รายงานระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ระดับ 30.9% ในเดือนมี.ค. ลดลงมาจากระดับ 31.5% ในเดือนก.พ. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 31.4%
เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.94% ในเดือนมี.ค. ชะลอตัวลงมาจาก 2.96% ในเดือนก.พ. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 2.34%
เงินเฟ้อที่ลดลงนี้สวนทางกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตุรกีกำลังเผชิญจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายประเมินว่าการปะทุของสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. จะเข้ามาสกัดกั้นแนวโน้มเงินเฟ้อขาลงที่เริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว
ตุรกีรับความเสี่ยงจากวิกฤตครั้งนี้หนักกว่าหลายประเทศ เนื่องจากมีพรมแดนติดกับอิหร่านและเป็นผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ เห็นได้จากต้นทุนภาคการขนส่งที่สะท้อนราคาพลังงานโลกโดยตรง ปรับตัวขึ้นถึง 4.52% ในเดือนมี.ค. แม้รัฐบาลจะงัดมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสงครามออกมาใช้แล้วก็ตาม
ขณะเดียวกัน ค่าเงินลีราของตุรกีเผชิญแรงกดดันในเดือนมี.ค. หลังนักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่จากความกังวลเรื่องสงคราม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารกลางตุรกีจึงตัดสินใจระงับนโยบายหั่นดอกเบี้ยเมื่อเดือนที่แล้ว และหันมาใช้วิธีขึ้นดอกเบี้ยทางอ้อมแทน
ผู้กำหนดนโยบายการเงินได้เทขายและทำธุรกรรมสวอปทองคำ ส่วนธนาคารของรัฐก็เข้ามาแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อพยุงค่าเงินลีราให้มีเสถียรภาพมากที่สุด
ทั้งนี้ การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินลีราถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เงินเฟ้อลดลงอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมาย โดยธนาคารกลางตั้งเป้ากดเงินเฟ้อช่วงสิ้นปีนี้ให้อยู่ที่ 16% ทว่าตลาดประเมินว่าตัวเลขจริงน่าจะอยู่ที่ระดับ 27%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 69)





