
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันอังคาร (7 เม.ย.) นำโดยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มกลาโหมและกลุ่มเฮลท์แคร์ ขณะที่นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังก่อนเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 590.59 จุด ลดลง 6.04 จุด หรือ -1.01%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,908.74 จุด ลดลง 53.65 จุด หรือ -0.67%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 22,921.59 จุด ลดลง 246.49 จุด หรือ -1.06% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,348.79 จุด ลดลง 87.50 จุด หรือ -0.84%
ราคาน้ำมันขยับขึ้นเหนือระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่แสดงสัญญาณว่าจะบรรลุข้อตกลง ขณะที่การโจมตีต่ออิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้สร้างความสั่นสะเทือนต่อตลาดโลกและผลักดันราคาน้ำมันพุ่งสูง โดยดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลดลงมากกว่า 5% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นเมื่อกว่า 1 เดือนก่อน ขณะที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อ และทำให้การคาดการณ์นโยบายการเงินเปลี่ยนแปลงไป
แม้มีความหวังต่อความคืบหน้าทางการทูต แต่การเจรจายังไม่สามารถสร้างความคืบหน้าได้ โดยทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายเวลา 20.00 น. ตามเวลาสหรัฐในวันอังคารหรือ 07.00 น. ตามเวลาไทยในวันพุธ (8 เม.ย.) สำหรับการบรรลุข้อตกลง
หุ้นกลุ่มการบินและกลาโหมร่วงลง 2.4% โดยหุ้น Leonardo ของอิตาลีร่วง 8% หลังสื่อรายงานว่า โรแบร์โต ชิงโกลานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาจถูกเปลี่ยนตัว ขณะที่หุ้น Rolls-Royce ของอังกฤษ และหุ้น Rheinmetall ของเยอรมนี ร่วงลง 3.9% และ 2.5% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ร่วงลง 2.1% โดยหุ้น Novo Nordisk และหุ้น AstraZeneca ลดลง 0.8% และ 2.3% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศปรับตัวลง โดยหุ้น ASML ผู้นำด้านอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ร่วง 4.1% หลังกลุ่มนักการเมืองสหรัฐฯ จากหลายพรรคเสนอร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มข้อจำกัดการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ไปยังจีน
หุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวขึ้น 3.7% สวนทางตลาด หลังหุ้น Universal Music Group พุ่งขึ้น 11.4% ภายหลัง Pershing Square เสนอแผนเข้าซื้อกิจการด้วยเงินสดและหุ้น มูลค่าประมาณ 5.575 หมื่นล้านยูโร (6.431 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ในด้านนโยบายการเงิน ดิมิทาร์ ราเดฟ ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า ความคาดหวังเงินเฟ้ออาจปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ผ่านมา และกล่าวว่าธนาคารกลางต้องเตรียมพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว หากแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่
ขณะเดียวกัน ตัวเลข PMI ของยูโรโซนแสดงให้เห็นว่า การขยายตัวของภาคเอกชนอ่อนแอลงอย่างมากในเดือนมี.ค. เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นและห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก โดยอุปสงค์โดยรวมลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)





