
กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาออกประกาศเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 เม.ย.) ระบุว่า ราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศปรับตัวลดลง ภายหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์
กระทรวงฯ ระบุในประกาศว่า ราคาน้ำมันเบนซินเกรดธรรมดาจะอยู่ที่ 5,200 เรียล (ราว 41 บาท) ต่อลิตร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (10 เม.ย.) จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งลดลง 5.4% จากระดับ 5,500 เรียล (ราว 44 บาท) ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
ส่วนน้ำมันดีเซลปรับลดลงมาอยู่ที่ 6,900 เรียล (ราว 55 บาท) ต่อลิตร ลดลง 15.8% จากระดับ 8,200 เรียล (ราว 65 บาท) ขณะเดียวกัน ราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ทรงตัวอยู่ที่ 3,900 เรียล (ราว 31 บาท) ต่อลิตร
กรมศุลกากรและสรรพสามิตของกัมพูชาเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 เม.ย.) ว่า ทางการได้อุดหนุนงบประมาณราว 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เพื่อลดทอนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การอุดหนุนดังกล่าวดำเนินการโดยการปรับลดอากรและภาษีนำเข้าน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการปรับลดอากรนำเข้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์นั่งส่วนบุคคลปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), เตาไฟฟ้า และอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์
ปัจจุบันกัมพูชาต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมและดีเซลทั้งหมด เนื่องจากยังไม่ได้นำแหล่งสำรองน้ำมันใต้ทะเลของตนเองมาใช้ประโยชน์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)





