“สี” ต้อนรับผู้นำก๊กมินตั๋ง ย้ำหลักการจีนเดียว ปธน.ไต้หวันซัด อย่าก้มหัวให้อำนาจนิยม

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ต้อนรับการมาเยือนของ เจิ้ง ลี่เหวิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวันในวันนี้ (10 เม.ย.) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากผู้นำไต้หวันคนปัจจุบันที่มองว่าไม่ควรประนีประนอมกับระบอบอำนาจนิยม

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การพบปะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่ผู้นำจีนได้หารือกับหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งที่ยังอยู่ในตำแหน่ง โดยครั้งล่าสุดคือการพบกันระหว่างสี จิ้นผิง กับ หง ซิ่วจู้ เมื่อปี 2559

สี จิ้นผิง ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนว่า รัฐบาลปักกิ่งพร้อมเดินหน้าพูดคุยและขยายความร่วมมือกับไต้หวัน โดยต้องอยู่บนรากฐานทางการเมืองร่วมกัน นั่นคือการต่อต้าน “การแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน” พร้อมระบุว่า “พี่น้องร่วมชาติทั้งสองฝั่งช่องแคบล้วนเป็นชนชาติจีน” และ “แผ่นดินจีนไม่อาจแบ่งแยกได้” อนาคตของความสัมพันธ์นี้ “ควรอยู่ในมือของประชาชนชาวจีนเท่านั้น”

ทั้งสองฝ่ายยังแสดงจุดยืนร่วมกันในการยึดมั่น “ฉันทามติปี 1992” ซึ่งรับรองหลักการจีนเดียว โดยฉันทามติดังกล่าวเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างพรรคก๊กมินตั๋ง (ที่เป็นรัฐบาลไต้หวันในขณะนั้น) กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ตระหนักว่ามีเพียงจีนเดียว แต่เปิดช่องให้แต่ละฝ่ายตีความความหมายของคำว่า “จีน” ได้ตามบริบทของตน

ด้านเจิ้ง ลี่เหวิน ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายแสดงให้โลกเห็นถึงปรีชาญาณในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง และผลักดันให้ช่องแคบไต้หวันกลายเป็นต้นแบบของสันติภาพโลก เธอยังเสนอให้สร้างกลไกความร่วมมือที่ยั่งยืน “เพื่อให้ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบพัฒนาไปอย่างสันติจนไม่สามารถหวนกลับไปสู่ความขัดแย้งได้อีก”

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งมีท่าทีประนีประนอมกับปักกิ่ง สร้างความไม่พอใจต่อพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ซึ่งมีจุดยืนแข็งกร้าวและมักโดนรัฐบาลจีนตราหน้าว่าเป็น “พวกแบ่งแยกดินแดน”

ปธน.ไล่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้การพบปะครั้งนี้ โดยระบุว่า “ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า การยอมประนีประนอมกับระบอบอำนาจนิยมต้องแลกมาด้วยอธิปไตยและประชาธิปไตย และไม่มีทางนำมาซึ่งเสรีภาพหรือสันติภาพ”

การเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ของเจิ้ง ลี่เหวิน กินเวลาทั้งสิ้น 6 วัน โดยก่อนหน้าที่จะเดินทางถึงกรุงปักกิ่ง เธอได้แวะไปคารวะสุสานของ ดร.ซุน ยัตเซ็น ผู้ก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋งที่นครหนานจิง และเดินสายพบปะตัวแทนนักธุรกิจไต้หวันในนครเซี่ยงไฮ้

ทั้งนี้ จีนและไต้หวันแยกกันปกครองมาตั้งแต่ปี 2492 หลังกองทัพพรรคก๊กมินตั๋งของเจียง ไคเชก พ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองต่อพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตุง จนต้องถอยร่นไปตั้งมั่นบนเกาะไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งยังคงมองว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีนที่ต้องผนวกรวมกลับคืนมาในท้ายที่สุด และไม่เคยปฏิเสธทางเลือกในการใช้กำลังทหารหากถึงคราวจำเป็น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)