
คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า IMF คาดการณ์ว่าจะมีอย่างน้อย 12 ประเทศที่ขอเข้าร่วมโครงการเงินกู้รอบใหม่ เพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าขณะนี้มีหลายประเทศในภูมิภาคแอฟริกาที่กำลังขอความช่วยเหลือ
กอร์เกียวาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในการแถลงข่าวระหว่างการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลกที่กรุงวอชิงตันในวันพุธ (15 เม.ย.) โดยเธอเตือนว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ภาวะชะงักงันของอุปทานรุนแรงขึ้น แม้ว่าความขัดแย้งอาจยุติลงอย่างรวดเร็วก็ตาม พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินมาตรการเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง
กอร์เกียวาได้เน้นย้ำถึงการประมาณการของเธอที่ว่า ภาวะชะงักงันอันเนื่องมาจากสงครามอาจกระตุ้นให้เกิดความต้องการเงินสนับสนุนครั้งใหม่มูลค่า 2-5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจรวมถึงเงินกู้ใหม่และการเพิ่มวงเงินโครงการสนับสนุนทางการเงินเดิมที่มีอยู่ 39 โครงการทั่วโลก
นอกจากนี้ กอร์เกียวาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดกับกลุ่มประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แนฟทา ฮีเลียม ปุ๋ย และปัจจัยการผลิตอื่น ๆ จากประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ โดยเธอกล่าวว่า ภาวะชะงักงันดังกล่าวจะไม่หายไปในชั่วข้ามคืน แม้ว่าสงครามจะจบลงในวันพรุ่งนี้ก็ตาม เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันเป็นพาหนะที่เคลื่อนที่ช้า ยกตัวอย่างเช่นอาจต้องใช้เวลานานถึง 40 วันกว่าจะไปถึงฟิจิ ดังนั้น IMF จึงต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าที่อาจจะรุนแรงขึ้น
IMF ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพียง 3.1% ในปี 2569 จากเดิมคาดการณ์ในเดือนม.ค.ที่ระดับ 3.3% โดยได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่วนในปี 2570 นั้น IMF ยังคงคาดการณ์การขยายตัวที่ระดับ 3.2%
IMF ระบุว่า การคาดการณ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่า สงครามอิหร่านจะมีระยะเวลา ความรุนแรง และขอบเขตที่จำกัด และผลกระทบจะค่อย ๆ คลี่คลายลงภายในกลางปี 2569 ขณะที่ราคาพลังงานจะเพิ่มขึ้นประมาณ 19% ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจลดลงเหลือเพียง 2% ในปี 2569 และ 2570
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 เม.ย. 69)





