
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย [THAI] เปิดเผยกับ”อินโฟเควสท์”ว่า แม้ว่าสถานการณ์สงครามตะวันออกลางส่อแววยืดเยื้อ แต่การบินไทยยังคงเดินหน้าลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ภายในสนามบินอู่ตะเภา พื้นที่ 210 ไร่ เพราะหากชะลอการลงทุนออกไปจะส่งผลเสียต่อบริษัทในระยะยาว โดยการบินไทยได้กันเงินลงทุนโครงการนี้ไว้แล้ว
ทั้งนี้ การบินไทยได้ยืนยันที่จะใช้พื้นที่เดิม หลังจากบริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่รับสัมปทานสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออกอยู่ระหว่างดำเนินการกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี โดยบริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อดำเนินธุรกิจ MRO ไว้แล้ว คาดจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 70 และตั้งเป้าจะเปิดให้บริการในปี 73
หลังจากนี้ จะนำโครงการ MRO เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอีกครั้งในเดือน พ.ค.69 เพื่อยืนยันการดำเนินการ จึงจะกำหนดวันเซ็นสัญญาร่วมกัน ขณะเดียวกัน บมจ.การบินกรุงเทพ [BA] ก็ยังคงข้อตกลงเดิมที่จะเช่าใช้พื้นที่ต่อจากการบินไทย
ขณะที่ยอดจองตั๋วล่วงหน้าในเดือน พ.ค. ลดลงราว 4-5% ส่วนใหญ่เป็นระยะกลาง อาทิ ฮ่องกง ปักกิ่ง อินชอน และระยะไกล ได้แก่ เส้นทางในยุโรป ขณะที่ราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) พุ่งขึ้น 2 เท่าตัวจากสงครามตะวันออกกลาง แม้ว่า 2 วันนี้ราคาน้ำมัน Jet A1 จะปรับลงมาที่ 180 เหรียญ/บาร์เรล จากที่ขึ้นไปสูงถึงกว่า 220 เหรียญ/บาร์เรล แต่ยังนับว่าอยู่ในระดับสูงอยู่ การบินไทยจึงปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางที่มีดีมานด์ต่ำหลังจากผู้โดยสารลังเลที่จะเดินทาง ซึ่งมีผลในเดือน พ.ค.นี้ก่อน เพื่อลดการใช้น้ำมัน ส่วนเดือนมิ.ย.ต้องรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คงจะไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้
โดยเส้นทางในประเทศลดเที่ยวบินใน 2 เมือง ส่วนเส้นทางต่างประเทศในยุโรปที่จะปรับลดเที่ยวบิน ได้แก่ สต็อกโฮล์ม , มิวนิค, แฟรงเฟิร์ต, โฮเปนเฮเกน, ออสโล ,อิสตันบูล เป็นต้น
นอกจากนี้ การบินไทยยังได้ลดค่าใช้จ่ายการบริหาร หรือชะลอการลงทุนที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือการลงทุนที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ
นายชาย กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/69 ยอมรับว่าจะได้รับผลกระทบจกสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังมีการเดินทางในเดือน เม.ย.สูงอยู่ แต่ในเดือน พ.ค.-มิ.ย.ก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี บริษัทยังมีสายป่านที่ดี โดย ณ สิ้นปี 68 บริษัทมีกระแสเงินสดกว่า 1 แสนล้านบาทเชื่อว่าจะช่วยประคองธุรกิจให้ไปต่อได้
อนึ่ง ในปี 69 การบินไทยรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบ A321Neo จำนวน 14 ลำ เครื่องบินลำตัวกว้างโบอิ้ง 787-9 ที่ได้เช่ามา 4 ลำจะเข้ามาในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ และ โบอิ้ง 787-8 ที่เพิ่มจัดเช่าเข้ามา 10 ลำ จะทยอยเข้ามาตั้งแต่ กลางปีนี้เดือนละ 2 ลำ ทั้งนี้ในสิ้นปี 69 จะมีฝูงบิน 102 ลำ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)





