
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งยุโรป (ACEA) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (23 เม.ย.) ว่า ยอดขายรถยนต์ในสหภาพยุโรป (EU), สหราชอาณาจักร (UK) และสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เดือนมี.ค. 2569 ขยายตัว 11.1% แตะ 1,581,169 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 23 เดือน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ทะยานขึ้นจนชดเชยการลดลงของรถยนต์สันดาป จากปัจจัยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นสืบเนื่องจากสงครามในอิหร่าน
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) มีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมียอดจดทะเบียนในเดือนมี.ค. พุ่งสูงถึง 42% ขณะที่รถปลั๊กอินไฮบริดขยายตัวเกือบ 32% ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทครองส่วนแบ่งตลาดถึง 70% ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด สวนทางกับรถยนต์เบนซินและดีเซลที่ยอดขายร่วงลงราว 10% และ 14% ตามลำดับ โดยเฉพาะในเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้รถ BEV เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน (เติบโต 66%, 69% และ 72% ตามลำดับ)
ด้านการแข่งขันรายค่าย เทสลา (Tesla) กลับมาทำผลงานได้อย่างร้อนแรงด้วยยอดขายเพิ่มขึ้น 84.3% เมื่อเทียบรายปี แซงหน้าบีวายดี (BYD) คู่แข่งสำคัญจากจีน แม้ว่า BYD จะมียอดจดทะเบียนพุ่งสูงถึง 147.6% หรือราว 37,580 คัน แต่ยังคงเป็นรองเทสลาที่ทำยอดขายได้ 52,600 คัน
สำหรับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ดั้งเดิม มียอดขายขยายตัวในระดับต่ำ โดยโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เพิ่มขึ้น 4.8%, สเตลแลนทิส (Stellantis) 6% และเรโนลต์ (Renault) 3.4% ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) เติบโตสูงสุดในกลุ่มที่ 15.4%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)





