“สิริพงศ์” หนุนแท็กซี่ร่วมแคมเปญ “รถเก่าแลกใหม่”-จัดระเบียบรถแอปฯ-เข้มมาตรฐานปลอดภัย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล แคมเปญ”รถเก่าแลกรถใหม่”นั้น จะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ส่งเสริมสำหรับภาคการขนส่งสาธารณะด้วย โดยขบ.เสนอให้รวมรถแท็กซี่กลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงเข้าร่วมแคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบัน มีประมาณ 27,000 คัน

นอกจากนี้ จะพิจารณามาตรการลดหรือยกเว้นภาษีจดทะเบียนรถใหม่ สำหรับการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และจะเพิ่มรถไฮบริด (Hybrid) เข้าไปด้วย โดยจะมีการพิจารณาอัตราที่เหมาะสมเพื่อเป็นการสนับสนุนและเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นในการดำเนินการ ซึ่งเดิมเคยมีพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นรถใหม่สำเร็จรูปจากโรงงาน ลดลง 80% แต่ประกาศสิ้นสุดเมื่อปี 2568 และไม่ได้ต่ออายุ ดังนั้นให้ขบ.ไปดำเนินการพิจารณา และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป เพื่อเร่งประกาศใช้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ยังมีประเด็นสถานีหรือจุดบริการชาร์จไฟฟ้าในต่างจังหวัดที่อาจจะมีน้อยไม่เพียงพอ ซึ่งอาจต้องดำเนินโครงการรูปแบบร่วมลงทุนเอกชน (PPP) โดยกระทรวงคมนาคมจัดหาสถานที่ให้เอกชนเข้ามาลงทุนติดตั้งหัวจ่ายไฟฟ้า

 

เร่งจัดระเบียบรถแอปฯ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กรณีการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ปัจจุบันพบว่ายังมีปัญหาทั้งเรื่องการจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งต้องเร่งหาข้อยุติเรื่องข้อจำกัดต่างๆ ให้ได้ภายใน 4 เดือน เช่น ให้ผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะทั้งหมด เบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 1,800 คันจากทั้งหมดที่แสดงความประสงค์ไว้ 3-4 หมื่นราย

นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้ขบ.เข้มงวด ปัญหาคนต่างชาติเข้ามาขับขี่รถขนส่งสาธารณะในประเทศไทย เรื่องนี้นโยบายชัดเจนว่า ต่างชาติไม่สามารถมาขับขี่รถสาธารณะได้ และไม่มีการออกใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะให้กับต่างชาติแต่อย่างใด เพราะเป็นอาชีพเฉพาะคนไทยเท่านั้น

 

ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยุคนี้ ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่ง โดยให้กรมขนส่งหามาตรการอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับการขนส่งทางอากาศ รวมถึงให้เพิ่มความเข้มงวด มาตรการเกี่ยวกับรถรับส่งนักเรียนซึ่งใกล้จะเปิดเทอมแล้ว และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวก เช่น ใช้ AI ในการตรวจสภาพรถ ,การทำห้องจำลอง Simulator สำหรับรถขนส่งขนาดใหญ่ในอนาคต ,ประสานความร่วมมือหน่วยงาน ในการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อประหยัดงบประมาณ ซึ่ง ขบ.ได้ร่วมกับ กทม.ในการใช้ข้อมูลจากกล้อง CCTV ของกทม. ดูเล ตรวจจับที่เกี่ยวข้องกัความปลอดภัยบนถนน เป็นต้น

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 69)